พ่อสุดช็อกกลับบ้านรู้ข่าวลูกสาวฆ่าคนตาย

พ่อสุดช็อกกลับบ้านรู้ข่าวลูกสาวฆ่าคนตาย เหตุลวงเพื่อน 15 ปีฆ่ากดน้ำ ระบุ แยกทางภรรยาครอบครัวแตกแยก ไม่มีคนอบรมสั่งสอนลูก เผยลางบอกเหตุตากระตุก อยากกลับบ้านมากจนแปลก
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านตะคร้อ ต.ด่านช้าง สถานที่จัดงานศพเด็กหญิง 15 ปี ที่ถูกเพื่อนนักเรียนลวงฆ่ากดน้ำสระน้ำบึงบัวใหญ่ ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านที่ทราบข่าวการเสียชีวิต ต่างพากันสงสารที่น้องเอ(นามสมมุติ)ต้องจากไปก่อนวัยอันควร และมาช่วยงานศพจำนวนมาก

ทีมข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์ กับอดีตแฟนของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ(หรือเด็กหญิงบี) เล่าว่า เมื่อ 2 วันที่แล้ว ด.ญ.บี ได้ส่งข้อความมาหาตน ทำนองว่าพบเจอศพเสียชีวิตในบึง ตนได้บอกไปว่า จะต้องมีการนำไปชันสูตรศพ ว่าถูกฆาตกรรมหร่อเปล่า แต่ ด.ญ.บี ตอบกลับมาว่า “พิสูจน์อะไร” “นึกว่าพิสูจน์ผี” กล่าวในทำนองสนุกสนาน ไร้เดียงสา คล้ายกับเด็กที่ยังไม่ทราบวิธีการพิสูจน์หาหลักฐาน หลังจากพบศพ
อดีตแฟนของ ด.ญ.บี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาทั้ง ด.ญ.บี และผู้เสียชีวิต มีปัญหากันมาตลอด ครั้งหนึ่งตนเคยเข้าไปห้ามไว้ทัน แต่ผู้ก่อเหตุทั้งสองคน ก็ยังพูดย้ำไว้ว่า “กูจะจัดการมันให้ได้” ตนเคยห้ามหลายครั้งแล้ว จนสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริง และแทบไม่อยากเชื่อว่า ทั้งสองคนจะก่อเหตุจริงๆ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของน้องบี (อายุ 12 ปี) หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ในหมู่บ้านป่าตอง - ท่าเนิน ต.บัวใหญ่ จู่ๆมีชายคนหนึ่งนั่งวิน จยย.มาจอดที่หน้าบ้าน มีสีหน้ากังวลและตกใจเมื่อเจอผู้สื่อข่าวอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนจะทราบภายหลังจากผู้สื่อข่าวว่า ลูกสาวตัวเองก่อเหตุฆ่าเด็กหญิงวัย 15 ปี เสียชีวิต
นายนิคม(นามสมมุติ) ได้มีอาการควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หลังทราบว่าลูกสาวฆ่าคนตาย แทบล้มทั้งยืน ร้องไห้โฮ เสียงดัง อีกทั้งยังพูดกับลูกชายคนโตที่อยู่ภายในว่า ทำไมไม่ดูแลน้อง ปล่อยน้องออกจากบ้านไปได้อย่างไร เป็นเพราะครอบครัวแตกแยก ทำให้ลูกสาวขาดความอบอุ่นและไม่มีใครคอยอบรมสั่งสอน

นายนิคม พ่อ ด.ญ.บี เปิดใจ ตนเองมีอาชีพรับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯ เลิกกับภรรยาหลายปีแล้ว ลูกสาวและลูกชายมาอยู่ที่บ้านภรรยา ให้ตาและยายเป็นคนดูแล ส่วนตนจะคอยกลับมาเยี่ยมอยู่บ่อยๆ รู้สึกว่าเหมือนมีลางบอกเหตุอะไรสักอย่าง ตากระตุก มีอาการกระวนกระวายอยากกลับบ้าน ติดต่อกันหลายวัน กระทั้งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 จึงตัดสินใจลางานตั้งใจจะกลับบ้าน มาเยี่ยมลูกชายและลูกสาว เพราะคิดถึงไม่ได้กลับมาเยี่ยมหลายปี จึงได้นั่งรถทัวร์จากหมอชิตมาลงที่ บขส.โคราช
พอมาถึงโคราชก็ค่ำมืดแล้ว จึงได้ไปขอนอนพักกับเพื่อน 1 คืน รุ่งเช้าก็จะเดินทางต่อกลับมาที่ อ.บัวใหญ่ ระหว่างที่รอนั้งรถกลับบ้านได้นั่งดูข่าวที่ บขส.โคราช ว่าเกิดเหตุการสลดขึ้นในที่พื้นที่ หลังดูข่าวยังพูดกับตัวเองว่า ผู้ตายน่าสงสารและขอให้คนที่ก่อเหตุอย่าได้เป็นคนในครอบครัวเลย จนมาทราบว่า ข่าวที่ดูเมื่อเช้า ลูกสาวตัวเองเป็นคนก่อเหตุ ตั้งใจว่าจะพาลูกไปกินหมูกระทะอาหารของโปรดลูกสาว แต่กลับมาก็ไม่เจอลูกสาวแล้ว รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
โดยวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมานั้น เป็นวันเกิดซึ่งตรงกับวันตายของน้องเอ แต่ศพนั้นยังไม่ได้นำกลับมาบ้าน จึงได้มีการนำเค้ก เพื่ออวยพรวันเกิด โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทมาร่วมร้องเพลง happy birthday ให้ในวันเกิด เพื่อเป็นของขวัญครั้งสุดท้าย

ส่วนของเยาวชนทั้ง 2 คน ที่ลงมือก่อเหตุนั้น ญาติผู้เสียชีวิต ระบุว่า ยังไงก็ไม่ให้อภัย อยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น




