ตัวแทนชาวบ้านบุกทวงเงินฌาปนกิจฯ หมื่นล้าน!

ทนายรณณรงค์ นำชาวบ้าน 9 จังหวัด บุกร้องสอบสวนกลาง บี้คดีโกงเงินฌาปนกิจหมื่นล้าน ทุบหม้อข้าวเงินออมก้อนสุดท้ายคนชรา แฉเจอท้องถิ่นเตะถ่วง เตรียมยื่น พม. รื้อระบบ
(16 มิ.ย. 69) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจาก 9 จังหวัด ประกอยด้วยนายประยูร สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เครือข่ายกองทุนเงินล้าน อ.บ้านดุง อุดรธานี, นางพนิดา สมาชิกสมาคมฌาปนกิจอุดรแสงรุ่ง อ.เมือง อุดรธานี, นางลัดดา สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์การเกษตรโนนสะอาด จ.อุดรธานี, นายเอกสิทธิ์ ฌาปนกิจสงเคราะห์กองทุนหมู่บ้าน อ.หัวตะพาน อำนาจเจริญ , น.ส.เตือนใจ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ หลังจากที่เคยเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
.
ทนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า ตัวเลขมูลค่าความเสียหายและจำนวนสมาชิกที่ได้รับผลกระทบใน 9 จังหวัดเป้าหมาย ประกอบด้วย พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, มหาสารคาม, นครราชสีมา, ระยอง, ศรีสะเกษ, อุดรธานี, อำนาจเจริญ และบุรีรัมย์ มีจำนวนมหาศาล เฉพาะ จ.อุดรธานี กับศรีษะเกษ รวมกัน มีมูลค่าความเสียหายกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
.
สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความเดือดร้อนระดับชาติ โดยกลุ่มผู้เสียหายย้ำจุดยืนชัดเจนว่า เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ จะอ้างว่าเป็นเงินทำบุญทิ้งขว้างไม่ได้ เพราะผู้สูงอายุจ่ายเงินด้วยความเข้าใจว่าเป็น “เงินออม” เพื่อหวังใช้จัดงานศพไม่ให้เป็นภาระลูกหลาน การปล่อยให้สมาคมฯ ล้มละลายโดยไม่มีใครรับผิดชอบ คือการทำลายเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของคนเฒ่าคนแก่
.
นายธงไชย และนายเอกสิทธิ์ ตัวแทนชาวหัวตะเข้ จ.อำนาจเจริญ ระบุว่า พวก้ราขอคัดค้านการส่งเรื่องกลับให้หน่วยงานในพื้นที่ และเรียกร้องให้ตั้งคณะทำงานพิเศษจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กองทุนหมู่บ้านอำเภอหัวตะเข้ ซึ่งมีพฤติการณ์ส่อทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรง นายทะเบียนประจำท้องถิ่นปล่อยให้คณะกรรมการสมาคมฯ ชุดเดิม ซึ่งเป็นชุดที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าทำสมาคมฯ ล่มสลาย เข้ามาทำหน้าที่เป็น “ผู้ชำระบัญชีด้วยตนเอง” เสมือนให้ผู้ถูกกล่าวหามาตรวจสอบบัญชีตัวเอง ซึ่งขัดต่อหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง
.
นอกจากนั้นนายทะเบียนในพื้นที่ละเลยไม่ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ในการตรวจสอบบัญชีเชิงลึกหรือสั่งอายัดทรัพย์สินของสมาคมฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แม้ชาวบ้านพยายามสู้ตามกระบวนการทุกทาง ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 2 ครั้ง รวมถึงยุติธรรมจังหวัด และ กธจ.จังหวัด แต่สุดท้ายเรื่องกลับถูกโยนกลับมาให้หน่วยงานเดิมในพื้นที่และท้องถิ่นที่ไร้วิธีแก้ปัญหาจัดการเอง จนกลายเป็นการเตะถ่วงเวลาให้สมาคมฯ ล้มละลาย
.
เมื่อชาวบ้านขอตรวจสอบหลักฐานงบดุลย้อนหลัง 5 ปี เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส แต่นายทะเบียนท้องถิ่นกลับบิดเบือนและปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางราชการ โดยอ้างเหตุผลทางเทคนิคว่าตรวจสอบแล้ว ทั้งที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนยังไม่เห็นหลักฐานใดๆ
.
การปฏิเสธไม่ยอมให้ดูงบดุลย้อนหลัง สะท้อนชัดถึงเจตนาปกปิดความผิดและจงใจขัดขวางการเข้าถึงข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ หากกระทรวง พม. ยังคงส่งเรื่องนี้กลับไปให้ทอราชการเดิมในพื้นที่จัดการ ข้อมูลและพยานหลักฐานสำคัญจะเสี่ยงต่อการถูกบิดเบือนหรือทำลาย และชาวบ้านจะไม่ได้รับความยุติธรรม
.
ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า หลังจากสอบถามความคืบหน้าที่คดีที่ บก.ปปป.แล้ว จะพาตัวแทนชาวบ้านลุยยื่นหนังสือ รมว.พม. บ่ายนี้ รื้อกฎหมายทั้งระบบต่อไป




