ผอ.ป.ป.ช. รับขับชนดับ! ยันดื่มจริง-พร้อมส่งเสียลูกผู้เสียชีวิต

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผอ.ป.ป.ช. รับขับชนดับ! ยันดื่มจริง-พร้อมส่งเสียลูกผู้เสียชีวิต

ผอ.สำนักสืบสวน ป.ป.ช. ก้มหน้ารับขับกระบะชนดับ ยืนยันดื่มจริง-ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมส่งเสียลูกผู้เสียชีวิตจนจบ

(29 พ.ค. 69) นายจรงค์ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ขับขี่รถกระบะคู่กรณี เปิดเผยว่า ก่อนอื่นตนต้องขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงขอโทษสำนักงาน ป.ป.ช. ต้นสังกัด เนื่องจากแม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายจรงค์ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วตนรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะตนเองก็เป็นพ่อคนและมีลูกเช่นกัน โดยทราบว่าผู้เสียชีวิตมีลูก 2 คน คนหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี กำลังจะเรียนจบ ส่วนอีกคนยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยอมรับว่านับตั้งแต่เกิดเหตุแทบนอนไม่หลับและรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีสื่อมวลชน โดยเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดหมายให้เข้าพบในช่วงบ่าย แต่ตนเพิ่งทราบเรื่องเนื่องจากไม่ได้อยู่บ้าน จึงมีการนัดหมายให้เดินทางมาให้ปากคำในวันนี้แทน ส่วนในทางคดีตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว และยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยตั้งใจจะช่วยดูแลลูกทั้งสองคนของผู้เสียชีวิตให้ได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม แม้จะไม่สามารถทำหน้าที่แทนพ่อของเด็กได้ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด ขณะที่เรื่องค่าเสียหายต่าง ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ตนได้มอบหมายให้ทนายความพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว และยืนยันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทำได้ ทั้งนี้ในช่วงเย็นวันเดียวกันตนจะเดินทางไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิต และตั้งใจจะไปร่วมงานทุกวันจนกว่าจะถึงวันฌาปนกิจ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความเสียใจ สามารถพบตนได้ที่งานศพทุกวัน

สำหรับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ นายจรงค์ยอมรับว่า หลังเลิกงานเวลาประมาณ 16.30 น. ได้เดินทางไปที่ร้านอาหารและถึงร้านในช่วงเกือบ 18.00 น. ก่อนจะออกจากร้านในเวลาประมาณ 21.00 น. โดยยอมรับว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริง แต่ยืนยันว่าดื่มไม่มาก ประกอบกับวันเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ยืนยันว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันเกิดเหตุจริงและยอมรับมาโดยตลอด ส่วนกระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัวคนขับนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเนื่องจากตนขับรถมาคนเดียว หลังเกิดเหตุก็ลงจากรถเพียงคนเดียว ก่อนจะถูกกลุ่มรถจักรยานยนต์จำนวนมากเข้ามาล้อม ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเข้าใจเพียงว่ามีบางอย่างมาชนท้ายรถจากเสียงกระแทกดังขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ นายจรงค์ระบุว่า นายธำรงค์ ชายเสื้อดำที่มีข้อมูลว่าพยายามอ้างว่าเป็นคนขับรถกระบะนั้น เป็นญาติของตนที่เดินทางมาที่โรงพักในคืนเกิดเหตุด้วย แต่กรณีที่มีข่าวว่านายธำรงค์อ้างตัวเป็นผู้ขับขี่ น่าจะเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากตนได้ให้การกับพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันแรก และข้อมูลดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวนทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นเรื่องปริมาณแอลกอฮอล์และอาการมึนเมา ขอให้เป็นเรื่องของทนายความที่จะชี้แจงในรายละเอียด ขณะที่ตนพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการดำเนินการทางวินัยก็เป็นหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาตามขั้นตอน

ด้านทนายความของนายจรงค์ เปิดเผยว่า ในส่วนของคดี ผู้ต้องหาได้รับทราบข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งแล้ว และได้ให้การไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดจึงไม่หยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในทันทีนั้น ขอให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล ขณะที่เรื่องการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าได้มีการพูดคุยกันมาตั้งแต่วันแรก และไม่ได้มีการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบแต่อย่างใด

.

#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง