สาวสุดทนอยู่ในคอนโดหรูถูกชาวจีนข้างห้องสูบกัญชาส่งกลิ่นให้ลูกชายป่วยหนัก

สาวสุดทนอยู่ในคอนโดหรูถูกชาวจีนข้างห้องสูบกัญชาส่งกลิ่นให้ลูกชายป่วยหนัก

สาวสุดทนอยู่ในคอนโดหรูของเชียงใหม่แต่ถูกลูกค้าชาวจีนที่มาเช่าห้องพักในคอนโดสูบกัญชาจนกลิ่นทะลักออกจากห้อง ทำให้ลูกชายป่วยต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเอง 17,376 บาท ส่วนคู่กรณีทางผู้ให้เช่าได้ให้ออกจากคอนโดไปหลังเกิดเรื่อง ผู้เสียหายวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหวั่นเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Arpapan Jaiman ได้โพสต์ข้อความว่า #ช่วยแชร์กันหน่อยค่ะ ใครก็ได้ขอให้มันมี ผลต่อกฎหมายหน่อยค่ะ เราได้รับความเดือดร้อนจากคอนโดข้างห้องโดยที่มีต่างชาติเพิ่งมาเช่าคอนโด และได้มั่วสุมดูดกัญชาจนส่งกลิ่น โถงทางเดินส่วนกลาง ทำให้ลูกชาย ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันเรียกรถฉุกเฉิน ลูกชายไม่ได้สติและพูดจาไม่รู้เรื่อง เกิดอาเจียน 3 รอบเนื่องจากได้รับกลิ่นกัญชาข้างห้องแต่กฎหมายไทยไม่สามารถทำอะไรได้เลย ว่ามีคนเปลี่ยนแปลงกฎหมายทำให้กัญชงกัญชามีเสรี แม้แต่จะแจ้งความก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เราได้รับความเสียหายจากคนดูดกัญชา เราได้จ่ายค่าโรงพยาบาลไปและเจ้าของห้องและผู้เช่าไม่ยอมชดใช้ ค่าโรงพยาบาลเราจะทำยังไงได้บ้างขอให้มีประโยชน์ ต่อเรื่องนี้เถอะกลัวว่าในอนาคตถ้าเกิดไม่ใช่แค่ลูกเราหรือคนอื่นที่ได้รับกลิ่นกัญชาถึงขั้นเสียชีวิต จะทำยังไงต่อไป #สายไหมต้องรอด #กันจอมพลัง #โหนกระแส พร้อมโพสต์ภาพลูกชายที่นอนป่วยบนเตียงในโรงพยาบาล และเอกสารการรักษาตัวของโรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม

จากนั้นได้มีการโพสต์ข้อความว่า "ล่าสุดยังเลยยังไม่เลิกดูดกัญชาในห้องกันอีกตำรวจมาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ตักเตือน ล่าสุดนิติให้เชิญออกพรุ่งนี้แล้ว สรุปเงินที่จ่ายไปก็คงอาจจะไม่ได้จากพวกมันที่จ่ายค่าโรงพยาบาล" , "สรุปแล้วต้องมาจ่ายค่าโรงพยาบาลเพราะคนดูดกัญชาในห้องจนส่งกลิ่นออกมาข้างนอกยังไม่พอยังไม่เลิกดูดกันอีก ขนาดลูกกูเป็นขนาดนี้พวกมึงยังไม่มีสำนึกเลย... ไม่พอไอ้เจ้าของห้องคนจีนบอกว่าให้ระวังไว้พวกสแกมเมอร์ที่จะหลอกลวงเงินของคุณเออกูเอาเงินกูจ่ายมันหาว่ากูหลอกลวงจะเอาเงินพวกมึงคิดได้ยังไง ขนาดกูจะเอาเฉพาะแค่ค่าโรงพยาบาลที่จ่ายไปกูไม่ได้เรียกค่าเสียหายส่วนอื่นๆด้วยซ้ำ กูอยากจะบ้าตายกับคอนโดนี้ ยังมาเจอเจ้าของห้องแบบนี้อีกตรงข้ามกันอีก" พร้อมโชว์ใบค่ารักษา จำนวน 17,376 บาท หลังจากนั้นก็ได้โพสต์ใบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ รวมทั้งแชร์โลเคเชั่นสำนักงานยุติธรรมจังหวัด กระทั่งล่าสุดโพสต์ข้อความว่า "เหนื่อยมากกับกลิ่นกัญชา วันนี้ ผู้เช่าได้ออกไปแล้วไม่รู้อะไรอนาคตเจ้าของห้องจะพาใครเข้ามาอยู่อีกไม่รู้จะสร้างความเดือดร้อนอีกหรือเปล่า ตอนนี้ค่ารักษาโรงพยาบาล ทางคู่กรณีก็ยังไม่ได้จ่าย ไม่รับผิดชอบอะไรเลย" พร้อมภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของโรงแรมยืนอยู่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง

(06 พ.ย.66) ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวได้ติดต่อ น.ส.อาภาพรรณ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของห้องพัก ย่านถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดย น.ส.อาภาพรรณ ได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูบริเวณจุดที่เดินผ่าน และหน้าห้องที่ได้กลิ่นกัญชาออกมา พร้อมกับพาไปดูภายในห้องที่นำลูกชายนอนพัก ก่อนที่อาการจะแย่ลงและนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล

น.ส.อาภาพรรณ เล่าว่า วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ช่วงเวลาประมาณ 18.40 น. ได้มีชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามของเราได้เปิดประตูออกมา ห่างจากเราที่ออกจากห้องประมาณ 2 นาที พอออกมาก็ได้กลิ่นกัญชาที่โถงทางเดินค่อนข้างแรงมาก จึงได้แจ้งทางนิติของคอนโดให้แจ้งเตือนกับลูกค้าเพื่อให้หยุดการดูดกัญชาภายในห้อง เพราะประตูห้องมีช่องที่กลิ่นและควันสามารถลอดออกมาได้ จากที่จะออกไปทำธุระด้านนอกก็รู้สึกว่ามีอาการปวดหัว เวียนหัว จึงนั่งอยู่ที่บริเวณล็อบบี้ของคอนโด แต่หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที ลูกชายของตนบอกว่ามีอาการปวดหัวอยากกลับขึ้นห้อง เราจึงได้รอให้ทางนิติคอนโดเคลียร์กับเจ้าของห้องที่เป็นคู่กรณี แต่รอเป็นเวลานานไม่มีใครเปิดประตู 

จากนั้นทางนิติฯ ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องเพื่อที่จะเปิดห้องเข้าไปดู แต่พอเปิดห้องได้ก็ได้กลิ่นกัญชาแรงมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ. และเจ้าหน้าที่นิติฯ ที่ขึ้นไปตรวจสอบก็มีอาการปวดหัว เวียนหัวเหมือนกัน และพบว่าลูกค้าไม่ได้อยู่ที่ห้อง ต่อมาเวลาประมาณ 20.30 น. ได้กลับขึ้นไปที่ห้อง ก็ได้พาลูกชายนอน แต่เวลา 22.00 น. ก็มีอาการร้องไห้ฟูมฟายโดยที่ไม่มีการพูดคุยโต้ตอบกับเรา ซึ่งได้พยายามปลุกเขาตลอดเวลาว่า "คุยกับแม่ซิ คุยกับแม่ซิ เกิดอะไรขึ้น" เขาไม่มีการโต้ตอบกับเรา จึงคิดว่าเขาปวดหัวหรือเปล่าจึงนำยาแก้ปวดหัวมาให้เขาทาน ไม่ถึง 2 นาทีเขามีอาการอาเจียน แล้วเขาก็เริ่มไม่รู้สึกตัว จึงนำไปที่อ่างอาบน้ำเพื่อทำการล้างตัว น้องเหมือนมีอาการมึนเมา ก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและพาน้องออกมา แต่มาถึงหน้าห้องน้องก็มีอาการอาเจียนอีกจึงได้กลับเข้าห้องไปอีกรอบเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า 

และได้แจ้งกับทางนิติฯ ว่าลูกเราป่วยหนักมากต้องการรถฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน เราได้นำน้องขึ้นรถฉุกเฉิน น้องก็มีการลืมตาพูดคุยโต้ตอบ แต่ไปถึงโรงพยาบาลก็ได้อาเจียนออกมาอีก ก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้กับหมอฟัง ทางหมอก็คิดว่าสาเหตุมาจากควันของกัญชาและน้องค่อนข้างได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ใหญ่ น้องจึงมีอาการสะลึมสะลือ และทางหมอได้ทำการรักษาทั้งให้ยาและให้น้ำเกลือ จากนั้นก็ได้ขอใบรับรองแพทย์จากหมอ ซึ่งระบุว่าได้รับผลกระทบจากควันของกัญชา  

สาเหตุที่ขอใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากทางเจ้าของห้องนั้นเป็นชาวจีน แต่เปิดให้เป็นห้องพักรายวัน วันที่เกิดเหตุก็เป็นชาวต่างชาติโซนเอเชียมาพัก ต่อมาเราได้พยายามไกล่เกลี่ยกับทางเจ้าของห้องพักว่าลูกเราได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าดูดกัญชา แต่ทางเขาปฏิเสธ จึงได้เดินทางไปแจ้งความพร้อมกับเจ้าหน้าที่นิติของคอนโด ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้เป็นกัญชาเสรี ก็ได้ปรึกษากับทางศาล ขั้นตอนต่างๆ เราไม่สามารถทำได้เพราะเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลน้อยกว่าค่าทนาย จึงได้เดินเรื่องไปยังสำนักงานยุติธรรม และสาธารณสุข และทางสำนักงานยุติธรรมก็จะเป็นตัวแทนทำหนังสือไปยังสำนักงานต่างๆ ให้ ต่อมาวันที่ 2 พ.ย. 66 ตนอยู่ที่ระเบียงห้อง ก็ได้กลิ่นกัญชามาอีก ก็ได้แจ้งกับทางนิติฯ ว่าเขาดูดกัญชาอีกแล้ว พร้อมกับแจ้งไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ขอให้มาช่วยตรวจสอบ โดยมีเจ้าหน้าที่นิติฯ ก็ขึ้นไปตรวจสอบด้วย ในห้องกลิ่นกัญชาแรงมาก แต่เขาอ้างว่าเขาจุดเครื่องหอมกลิ่นมะลิ ซึ่งเราค่อนข้างจะแยกกลิ่นออกอยู่แล้วระหว่างมะลิกับกลิ่นกัญชา ทางเจ้าหน้าที่นิติฯ จึงได้เชิญเขาออกในตอนเช้าวันที่ 3 พ.ย. 66 และทางเจ้าของห้องที่เป็นชาวจีนตัวจริงก็ไม่ช่วยเหลืออะไรเราเลย จึงต้องรอสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะช่วยเหลือ

"เราไม่อยากให้มีกัญชาที่เป็นเสรี เพราะจะมีผลกระทบกับเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะส่งผลต่อเด็กในอนาคต ไม่อยากให้เป็นกัญชาเสรี อยากให้กฎหมายทำอะไรกับเขาหน่อย โดยที่เขาสร้างความเดือดร้อนให้เรา จนทำให้ลูกเราป่วยต้องรับการรักษา เราไม่รู้จะทำอย่างไร ทำได้แต่แชร์และโพสต์ข้อความลงในโซเชียล และให้หน่วยงานอื่นๆ ช่วยเหลือ เพราะตำรวจก็ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้ จับเขาได้"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง