'สายใหม่ต้องรอด' พาหญิงลูกจ้างร้านอาหารญี่ปุ่นถูกสั่งให้ทำร้ายร่างกายตัวเอง ร้องขอความเป็นธรรม ยื่นขอคุ้มครองพยาน

หญิงลูกจ้างร้านอาหารญี่ปุ่นแฉ ถูกนายจ้างสั่งให้ทำร้ายร่างกายตัวเอง
กรณี นางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ผู้เสียหาย ร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ได้นอนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมง ต้องนอนในห้องครัว ใช้ขวดน้ำเป็นหมอนหนุน กินข้าววันละ 1 มื้อ มีแค่ข้าวกับไข่ บางวันแอบกินเศษอาหารเหลือของลูกค้า หากวันไหนทำตัวไม่ดีจะถูกทำโทษสารพัด
ต่อมา หญิงเจ้าของร้าน ออกมาโต้ว่า ไม่เคยทำร้าย นางสาวบี ที่ผ่านมา นางสาวบี ขโมยของในร้านและร้านค้าข้างเคียง รวมทั้งพาผู้ชาย ที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาในพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนร่องรอยบาดแผลที่นักข่าวเห็น บีอ้างว่า ถูกกลุ่มที่ให้ไปเปิดบัญชีม้าทำร้ายร่างกายมา ส่วนเรื่องเงิน ยืนยันว่า จ่ายเงินค่าจ้าง อีกทั้งนางสาวบีได้วิดีโอคอลมาหา และทำร้ายร่างกายตัวเอง เพราะไม่อยากให้ดำเนินคดี หรือไล่ออก
26 ต.ค. 66 น.ส.บี อายุ 21 ปี ผู้เสียหาย ชี้แจงกรณีนายจ้างเปิดภาพที่เธอใช้มีดกรีดศีรษะตัวเองว่า นายจ้างได้มีการสั่งให้ตนทำ โดยจะทักข้อความมาหา แล้วให้วิดีโอคอลไปหา แล้วจะสั่งให้ทำร้ายร่างกายตนเอง โดยเลือกวิธีการเองว่าจะทำวิธีการใดก็ได้ ที่ทำแล้วมีเลือดออก ระหว่างเอาสก็อตเทปทุบหัวตัวเอง หรือเอามีดกรีด ซึ่งที่ตนยอมทำร้ายร่างกายตนเอง เนื่องจากว่าถ้าหากให้นายจ้างมาทำจะโดนทำร้ายหนักกว่านี้
ส่วนเรื่องที่นายจ้างบอกว่าตนถอดเมมโมรี่จากกล้องวงจรปิดนั้น ตนยอมรับว่าเคยถอดจริง แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เนื่องจากตอนนั้น ตนได้ไปแอบกินเศษอาหารที่เหลือ ถ้าหากนายจ้างรู้ ก็กลัวจะโดนลงโทษ จึงถอดเมมโมรี่กล้องวงจรปิดไป ส่วนครั้งอื่นๆ เป็นนายจ้างที่ถอดเอง และนายจ้างจะถอดเมมโมรี่เพื่อที่จะไม่มีหลักฐานว่าได้ทำร้ายตน
นอกจากนี้เธอยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนไม่เคยยุ่งกับยาเสพติด ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนอีกเลย ตั้งแต่คลอดลูกออกมา และไม่เคยได้รับเงินเดือนเลยสักครั้ง
หลังจากนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯประจำรองนายกรัฐมนตรี จะนำผมลูกจ้างไปตรวจหาสารเสพติด พร้อมกับแนะนำว่า ให้พาน้องไปตรวจสุขภาพจิตให้แน่ชัดอีกครั้ง
ส่วนเรื่องที่นายจ้างบอกว่าตนถอดเมมโมรี่จากกล้องวงจรปิดนั้น ตนยอมรับว่าเคยถอดจริง แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เนื่องจากตอนนั้น ตนได้ไปแอบกินเศษอาหารที่เหลือ ถ้าหากนายจ้างรู้ ก็กลัวจะโดนลงโทษ จึงถอดเมมโมรี่กล้องวงจรปิดไป ส่วนครั้งอื่นๆ เป็นนายจ้างที่ถอดเอง และนายจ้างจะถอดเมมโมรี่เพื่อที่จะไม่มีหลักฐานว่าได้ทำร้ายตน
นอกจากนี้เธอยังได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนไม่เคยยุ่งกับยาเสพติด ไม่เคยยุ่งกับผู้ชายคนไหนอีกเลยตั้งแต่คลอดลูกออกมา และไม่เคยได้รับเงินเดือนเลยสักครั้ง
หลังจากนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯประจำรองนายกรัฐมนตรี จะนำผมลูกจ้างไปตรวจหาสารเสพติด พร้อมกับแนะนำว่า ให้พาน้องไปตรวจสุขภาพจิตให้แน่ชัดอีกครั้ง




