ผู้ใหญ่บ้านโคราชกร่างพกปืนโชว์ตลอดเวลา ทำชาวบ้านหวาดผวา แจงถูกยิงปืนขู่ ขวางสร้างสระน้ำหมู่บ้าน

เย็นนี้รู้ผล! ชาวบ้านร่วมลงรายชื่อถอดถอน ผู้ใหญ่บ้านพกปืนตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านหวาดผวา ด้านผู้ใหญ่บ้าน แจง ถูกยิงขู่ หลังขวางสร้างสระน้ำหมู่บ้าน พร้อมยอมรับหากชาวบ้านลงมติไม่เอา
(18 ก.ย.66)จากกรณี ชาวบ้านโคกเหิบ หมู่ 12 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พากันหวาดผวา เกรงกลัวความไม่ปลอดภัย กับพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านที่ชอบพกอาวุธปืน เหน็บเอวติดตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ๆ ในหมู่บ้าน หรือแม้แต่ในวัดวาอาราม ก็จะเห็นผู้นำหมู่บ้านพกอาวุธปืนสั้นอยู่กับตัวตลอดเวลา ไม่พกแบบมิดชิด แต่พกปืนแบบโชว์ให้ชาวบ้านเห็น จนหลายคนหายใจไม่ทั่วท้อง ล่าสุดวันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2566 ที่ ศาลาวัดบ้านโคกเหิบ พบว่าชาวบ้านได้เดินทาง มาลงคะแนน เพื่อที่จะยื่นถอดถอนนายสมส่วน เสมาภักดี อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ซึ่งมีประชากรทั้งหมด 515 คน โดยจะต้องได้เสียงเกินครึ่งคือ 258 คน ถึงจะออกได้ โดยจะรู้ผลเย็นนี้
นางมณีรัตน์ ชาวบ้าน เล่าว่า วันนี้ได้มีการลงคะแนนเพื่อยื่นถอดถอนผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่ง เนื่องจากว่ามีพฤติกรรมว้าวุ่น กร่าง ด่าท่อชาวบ้าน ห้ามไม่ให้ไปทำบุญ ข่มขู่พระ ห้ามสร้างประปาหมู่บ้าน และขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อขอรับเงินชดเชย ทั้งที่ไม่ได้มีอาชีพทำเกษตรกรรม รวมไปถึงพกปืนติดตัวตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านหวาดระแวง ซึ่งในวันนี้จะรู้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าจะให้ทำหน้าที่ต่อหรือไม่
ต่อมาได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของผู้ใหญ่ ม.12 โดยได้มีการพูดคุย พร้อมมีการโชว์อาวุธปืนซิก 365 ขนาด 9 มม. และหนังสือรับรองการพาและใช้อาวุธปืน ให้ดูเพื่อขอความเป็นธรรมอีกด้าน
ด้าน นายสมส่วน เสมาภักดี อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 เปิดเผยว่า เหตุผลที่ผมต้องพกปืนตลอด 24 ชั่วโมง เพราะว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานของรัฐพยายามที่จะเข้ามาทำสระน้ำประปาภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ของกรมธนารักษ์ ตนจึงไม่อนุญาตเพราะยังไม่ได้มีคำสั่งจากกรมธนารักษ์ให้อนุญาตในการใช้พื้นที่ จึงทำให้คนบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจ ได้มีการยิงปืนข่มขู่ยิงปืน จำนวน 7 นัด ซึ่งตนได้มีการเก็บปลอกกระสุนเอาไว้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งความ จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องมีการพกปืนติดตัวตลอด เพราะเอาไว้ป้องกันตัวในยามคับขัน
มีการกล่าวหาว่าตนนั้นเป็นคนชอบดื่มเหล้านั้นขอชี้แจงว่าได้เลิกกินมานานกว่า 3 ปีเพราะมีการผ่าตัดไทรอยด์ที่คอ ในส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าตอนห้ามชาวบ้านเดินทางไปทำบุญข่มขู่พระภิกษุ นั้นไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมามีการทอดผ้าป่า ซึ่งมีญาติโยมจากทั่วประเทศ ร่วมกันทำบุญ เพื่อที่จะนำเงินมาพัฒนาวัด แต่หลังจากมีการนับเงินที่วัด ทางเจ้าภาพก็มีการนำเงินทั้งหมดกลับไปด้วย โดยที่ไม่ได้มีการส่งมอบให้กับวัดเพื่อชี้แจงว่าได้เท่าไหร่ ตนเองก็มีกันต่อว่า ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มเกิดการไม่พอใจ จึงได้มีการก่อหวอดจากชาวบ้านมาขับไล่ เพราะตนเป็นคนตรงไปตรงมา
ที่ผ่านมาตนนี้ก็นิ่งเฉยไม่ได้โต้ตอบ จึงทำให้ต้องมีการแจ้งความกับคนที่ให้ข่าวกับสื่อมวลชนกล่าวหาว่าร้าย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะมีการแจ้งความกับกลุ่มนายทุนที่จะเข้ามาทำสระน้ำในพื้นที่ จนเป็นฉนวนเหตุเกิดเรื่องนี้




