หนุ่มขนส่งไหว้สวย ลูกสาวลุงร้านชำลั่น เอาเรื่องถึงที่สุด

อดีตหนุ่มขนส่งไหว้สวย หลังก่อเหตุต่อยลุงร้านชำวัย 70 จนได้แผลหน้าผากแตก เพราะโมโหที่ไม่ให้ใช้ร้านเป็นจุดฝากของ พร้อมขอชดใช้ 5,000 บาท ฝั่งลูกสาวบอกไม่รับ ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จะได้ไม่ไปทำแบบนี้ที่ไหนอีก
(15 พ.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีพนักงานขนส่งเอกชนชื่อดัง ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายบุญเย็น อายุ 70 ปี เจ้าของร้านขายของชำใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จนบาดเจ็บคิ้วขวาแตกเย็บ 8 เข็ม ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ผู้จัดการสาขาของบริษัทขนส่งต้นสังกัด ได้นำตัว นายนรวีย์ พนักงานผู้ก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้
.
ทันทีที่เข้าสู่ห้องรับแจ้งความ นายนรวีย์ได้ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมยกมือไหว้กราบขอขมาลุงบุญเย็น โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์บานปลาย แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกคุณลุงบ่นว่าบ่อยครั้งเรื่องนำพัสดุมาฝากไว้ที่ร้าน ทั้งยังให้การอ้างว่าซอยในละแวกนั้นแคบ ลูกค้าหลายรายจึงอนุญาตให้ฝากของไว้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา และถ้ามีของชิ้นไหนที่ลูกค้าบอกให้ส่งถึงบ้าน ตนก็เข้าไปส่งแน่นอน รวมถึงอ้างว่าคุณลุงเคยพูดทวงถามเกี่ยวกับค่าฝากพัสดุ ตนจึงเกิดความโมโหสะสมจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่อยู่
.
ด้านลุงบุญเย็นได้กล่าวเตือนสติกลางโรงพักว่า การทำงานบริการควรใจเย็น ไม่ควรใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง และไม่ควรพูดจาหยาบคายกับลูกค้า รวมถึงไม่ควรนำพัสดุไปฝากไว้กับบ้านหรือร้านของผู้อื่น แต่ควรส่งให้ถึงมือลูกค้าโดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง
.
ขณะที่ น.ส.วทันยา อายุ 36 ปี ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้ซึ่งจิตสำนึกต่อผู้สูงอายุ อีกทั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าหลานวัยเพียง 8 ขวบ จนกลายเป็นภาพจำที่กระทบกระเทือนจิตใจเด็กอย่างรุนแรง นอกจากนี้คุณพ่อยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งหากเกิดอันตรายถึงชีวิตครอบครัวคงรับไม่ไหว พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาคุณพ่อช่วยรับฝากของเพราะความมีน้ำใจเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนในชุมชนเท่านั้น ไม่ใช่จุดบริการทางการ และหลังจากนี้ทางร้านจะติดป้ายประกาศงดรับฝากพัสดุทุกชนิดอย่างถาวร
.
หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดพบคู่กรณีเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายภายในห้องสืบสวน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเสนอเงินเยียวยาเพียง 5,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นจำนวนที่สามารถจ่ายไหว เนื่องจากทางบริษัทต้นสังกัดมีคำสั่งไล่ออกทันทีหลังเกิดเหตุและไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในค่าเสียหายดังกล่าว ขณะที่ทางครอบครัวผู้เสียหายประเมินค่ารักษาพยาบาลรวมค่าเสียเวลาในการประกอบอาชีพอยู่ที่ 20,000 บาท แต่ทางนายนรวีย์ปฏิเสธว่าไม่มีเงินจ่าย ครอบครัวลุงร้านชำจึงปฏิเสธการรับเงิน และขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก และอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อไม่ให้พนักงานส่งพัสดุรายอื่นใช้ความรุนแรงกับประชาชนเช่นนี้อีก
.
ทางด้านคดีความ พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ ระบุว่า คดีอาญาต้องดำเนินคดีอย่างแน่นอนโดยไม่มีการยอมความ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลใบชันสูตรบาดแผลอย่างเป็นทางการจากแพทย์ หากพบว่าระยะเวลาการรักษาตัวเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย จะพิจารณาแจ้งข้อหาหนักเพิ่มขึ้นเป็น “ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส”




