ลูกบ้านประท้วงการเคหะฯ ตัดต้นไม้ใหญ่เหี้ยน แถมบริหารผิดพลาด

ลูกบ้านคอนโดมิเนียมประชานิเวศน์ 1 รวมตัวประท้วงการเคหะฯ หลังส่งคนตัดต้นไม้ใหญ่อายุ 30 ปีในโครงการจนเหี้ยน โดยไม่ถามหรือทำประชาพิจารณ์ แฉซ้ำปล่อยตึกโทรม-ซุปเปอร์ฯ ปิดตัว วังเวงเหมือนป่าช้า
(4 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุเผชิญหน้าอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้อยู่อาศัยเจ้าของร่วมโครงการบ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร ที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 500 ครอบครัว กับเจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) หลัง กคช. ประสานสำนักงานเขตจตุจักรนำเครื่องจักรเข้าปรับภูมิทัศน์ โดยติดประกาศล่วงหน้าเพียงว่าจะเข้ามา “ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่” เพื่อความปลอดภัย แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติงานจริง กลับนำเลื่อยยนต์มาตัดโค่นทำลายต้นกระถินณรงค์และต้นคูนรวม 11 ต้นจนเหลือแต่ตอ และเตรียมจะโค่นเพิ่มอีก 5 ต้นในวันถัดไป สร้างความไม่พอใจและเศร้าสลดแก่ชาวบ้านที่มองว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความปราณีและย้อนแย้งกับนโยบายรัฐที่รณรงค์ลดโลกร้อน
.
ด้านเจ้าหน้าที่ กคช. ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องตัดโค่นเนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียนว่ามีกิ่งไม้หักโค่นใส่หลังคารถยนต์ของลูกบ้าน และในฐานะผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงต้องรับผิดชอบดูแลความปลอดภัย โดยเตรียมจะปรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่จอดรถเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเจรจาเป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยื่นเงื่อนไขว่า หากลูกบ้านต้องการเก็บต้นไม้ที่เหลือไว้ จะต้องเซ็นชื่อทำบันทึกข้อตกลงยอมรับผิดชอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเองทั้งหมด ทำให้ฝ่ายผู้จัดการอาคารต้องเร่งเจรจาต่อรองเพื่อขอให้คงต้นไม้ที่เหลืออีก 5 ต้นไว้ โดยจะยินยอมให้ตัดเฉพาะกิ่งที่พาดเกี่ยวสายไฟเท่านั้น
.
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนเหตุให้ลูกบ้านรุมแฉและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการของ กคช. ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จนทำให้คอนโดมิเนียมหรูในอดีตตกต่ำและเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด โดยชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาหลายมิติ ทั้งการละเลยซ่อมบำรุงตู้รับบัตรคิวที่จอดรถจนปล่อยให้อาคารจอดรถกลายสภาพเป็นสุสานรถยนต์รกร้าง รวมถึงปัญหาเสียงดังรบกวนจากร้านเหล้าในเวลากลางคืนที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้พักอาศัยเป็นอย่างมาก
.
นอกจากนี้ ลูกบ้านยังเปิดเผยความอัดอั้นกรณี กคช. โก่งราคาค่าเช่าพื้นที่พลาซ่าแพงเกินจริงในช่วงเศรษฐกิจซบเซา จนส่งผลให้ห้างดัง และร้านค้าต่าง ๆ ทนแบกรับต้นทุนไม่ไหวต้องปิดตัวหนี ปล่อยให้พื้นที่ส่วนกลางตกอยู่ในสภาพร้าง วังเวง และไร้สิ่งอำนวยความสะดวก จนมูลค่าคอนโดมิเนียมดิ่งลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งลูกบ้านรายหนึ่งระบุด้วยความตัดพ้อว่า การบริหารงานของ กคช. ในปัจจุบัน กำลังทำให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้กลายสภาพเป็นเพียงแฟลตหรือบ้านเอื้ออาทร
.
ความคืบหน้าล่าสุด กรรมการนิติบุคคลโครงการฯ ได้เข้ามาชี้แจงกับกลุ่มลูกบ้านว่า กำลังเร่งประสานงานเพื่อเชิญผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจโดยตรงของ กคช. มาร่วมประชุมรับฟังปัญหาและตอบคำถามต่อหน้าชุมชน โดยจะเน้นย้ำเรื่องการปรับลดค่าเช่าพื้นที่พลาซ่าลงมาในราคาที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มชาวบ้านลั่นวาจาว่าจะเฝ้าติดตามผลการเจรจาและมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และจะไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยเด็ดขาด




