สาวเบี้ยวค่าแท็กซี่ ตร.เข้าไกล่เกลี่ยก่อนโป๊ะแตกเจอรูปยาไอซ์

สาวเหมาแท็กซี่จากกรุงเทพไปอุดรธานี พอส่งถึงที่กลับเบี้ยวไม่จ่ายค่ารถ 7,000 อ้างติดต่อน้องไม่ได้ ตร.อุดรฯ เข้าไกล่เกลี่ยก่อนคุมตัวไปโรงพัก แถมใจดีสั่งข้าวมาเลี้ยง สุดท้ายโป๊ะแตก ตำรวจเจอรูปยาไอซ์ในมือถือ
(15 ส.ค. 69) เวลา 18.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ธนากร ภูขาว รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุเบี้ยวค่าแท็กซี่ ภายในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี ถ.เลี่ยงเมือง ต.หมากแข้ง เขตเทศบานครอุดรธานี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
.
พบรถแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียวเหลืองจอดอยู่ มีนายณรงค์ อายุ 57 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ส่วนบุคคล เล่าว่า ตนเป็นคนโทรแจ้งตำรวจเอง เพราะผู้โดยสารซึ่งเป็นผู้หญิง เบี้ยวจ่ายค่ารถ เพราะไม่มเงิน หลังจากเช้าวันนี้ ขณะตนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ขับตระเวนหาผู้โดยสาร จนมาถึงถนนร่มเกล้า ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้หญิงคนนี้โบกรถตน และขอเหมาให้มาส่งที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี ในราคา 6,000 บาท จึงตกลงเดินทางมาปกติ เพราะผู้โดยสารนอนหลับมาตลอด ไม่มีอะไรผิดปกติเลย และจอดปั๊มน้ำมันเข้าห้องน้ำตามปกติ
.
“แต่พอมาถึงที่หมาย กลับติดต่อญาติไม่ได้ ก็ให้โอกาสติดต่อญาติประมาณ 1 ชม. ก็ยังติดต่อไม่ได้ ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าโดยสาร ก็คงจะต้องแจ้งความดำเนินคดี ขับแท็กซี่มา 20 กว่าปี เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มาแล้ว เคสแรกผู้โดยสารเหมารถไปนครปฐม พอไปถึงก็ตบตีกัน ไม่รู้ว่าจะทวงตังค์กับใคร ก็ขับรถหนีเอาเฉยๆ เหตุการณ์นั้นยอมรับได้ เพราะว่ามันอยู่ใกล้ แต่เคสนี้มันหนักเกินที่จะรับได้ เพราะขามาจ่ายค่าแก็สไป 800 บาท ค่าทางด่วน 30 บาท”
.
ส่วน น.ส.ประภัสสร หรือออม อายุ 24 ปี ชาว จ.บึงกาฬ เล่าว่า ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เหมารถแท็กซี่จากกรุงเทพฯ มาหาน้องชายที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี ในราคา 7,000 บาท แต่พอมาถึงตนไปขอเบอร์โทรศัพท์น้องชายกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่พบชื่อน้องชาย ตนรอให้น้องชายมาหาจะได้เอาเงินจากน้องชายจ่ายค่าแท็กซี่ แต่รอประมาณ 1 ชม.แล้วก็ยังติดต่อไม่ได้เลย
.
ตำรวจจึงนำตัว น.ส.ประภัสสร ขึ้นรถกระบะตราโล่ ไปที่ชุดปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี สอบถาม น.ส.ประภัสสรกินข้าวหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่ได้กินข้าวทั้งวัน และในกระเป๋าไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว ตำรวจจึงได้ซื้ออาหารเย็นมาให้กิน และเรียกให้ น.ส.ประภัสสร ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับสายตรวจ 191 จนอิ่มหนำสำราญ จากนั้นตำรวจได้ขอตรวจโทรศัพท์มือถือ พบว่า น.ส.ประภัสสร ได้ส่งภาพซองยาไอซ์ไปให้เพื่อนทางเมสเซนเจอร์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เมื่อสอบถามเรื่องยาไอซ์ น.ส.ประภัสสรก็ตอบคำถามไม่ได้ และปฏิเสธว่าไม่ได้เสพยาไอซ์ และไม่ใช่เจ้าของยา เมื่อได้รับโทรศัพท์คืน ก็ได้ขว้างมือถือทิ้งจนพังเสียหาย
.
ตำรวจสันนิษฐานว่า น.ส.ประภัสสร เสพยาไอซ์หมดแล้ว จึงได้ปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่าฉี่สีม่วง ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นภัยต่อสังคม” ส่วนข้อหา “ฉ้อโกงค่าโดยสาร” ให้พนักงานสอบสวน แจ้งเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




