ผู้ใหญ่บ้านพาตรวจจุดเกิดเหตุ 4 เยาวชน ลั่นไม่ใช่โจร ยันฮลิคอปเตอร์บินต่ำสาดกระสุนใส่กลางดึก

ผู้ใหญ่บ้านพาตรวจจุดเกิดเหตุ 4 เยาวชน ลั่นไม่ใช่โจร ยันฮลิคอปเตอร์บินต่ำสาดกระสุนใส่กลางดึก วอนฝ่ายความมั่นคงเร่งสอบหาความจริง
(25 ส.ค. 69) นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นายซอและ ดอเลาะ เยาวชน วัย 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. 69 โดยมีเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางไปด้วยกันได้ชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนทางไปหมู่บ้านไอยือรุส จากสภาพที่เกิดเหตุเป็นถนนที่เป็นทางโค้งขึ้นเนินเขา สองข้างทางเป็นป่า โดยเยาวชน 3 คน ชี้ให้ดูจุดเกิดเหตุที่นายซอและถูกยิง และมีร่องรอยกระสุนบนถนนประมาณ 10 จุด เป็นจุดที่มองเห็นต้นไม้ไผ่บนเนินเขา แม้จะเป็นกลางคืน ทั้ง 3 คนบอกว่ามองเห็นว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะมีเสียงปืนดัง และนายซอและถูกยิงเข้าที่ท้อง มีร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ พวกเขาที่มาด้วยกัน 4 คน มอเตอร์ไซค์ 3 คัน ต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์ 2 คัน แล้วพากันซ้อน 4 คน มาในคันเดียวพานายซอและมาขอความช่วยเหลือที่ อบต.ช้างเผือก โดยเพื่อน 1 คนได้โทรแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบร่องรอยกระสุน ผู้สื่อข่าวได้ใช้นิ้ววัด เมื่อวัดออกมาแล้วกว้างและยาวประมาณ 8-9 ซม. และบางรอยที่ขนาดเล็ก 4-5 ซม. ซึ่งมีกลางถนน จุดที่นายซอและถูกยิง 3 นัด ห่างออกมาริมถนนอีก 1 นัด รวมแล้วประมาณ 10 นัด ขณะที่สภาพสองข้างทางเป็นป่าที่เป็นเนินเขา อีกข้างเป็นทางลงคลอง เพื่อนนักเรียนทั้ง 3 คนยืนยันว่าไม่ได้ให้การว่าเป็นการยิงจากข้างทาง เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามี ฮ. บิน และมีเสียงปืนดังจากที่สูง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากสภาพที่เกิดเหตุ
นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ในช่วงหลัง 20.00 น. ที่เกิดเหตุวางเพลิง องค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตนได้เข้าไปช่วยก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายซอและเล่าเหตุการณ์ตรงกับเพื่อนทั้ง 3 คน ว่า หลังเดินทางกลับจากตั้งแคมป์ ได้แวะกินกาแฟที่ร้านในบ้านดุซงญอ และเจอกับเพื่อนในช่วง 2 ทุ่ม โดยก่อนหน้านั้นช่วงทุ่มกว่า ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเปียกฝน ส่วนเพื่อนอีกคนที่มาจากหมู่บ้านไอยือรุส ตั้งแต่ช่วงเย็น เมื่อรู้ว่ามีเหตุการณ์ที่ อบต.ช้างเผือก ทั้ง 4 คน จึงตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านด้วยกัน โดยมีมอเตอร์ไซค์ 3 คัน นายซอและเป็นคนขับมีเพื่อนอีก 1 คน ซ้อนท้าย และเมื่อผ่านด่านตรวจ สภ.จะแนะ ช่วง 3 ทุ่มกว่า ก็ถูกตรวจค้นไม่พบอาวุธใด ๆ ทั้ง 4 คน ก็เดินทางต่อมาจนผ่านหน้า อบต.ช้างเผือก และเลี้ยวเข้าถนนทางไปหมู่บ้านไอยือรุส ห่างจาก อบต. ประมาณ 3 กม. ระหว่างทางเริ่มมีเฮลิคอปเตอร์บินตามมาด้านหลัง พวกเขาก็เห็นแล้วแต่ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้กระทำผิดอะไร และต้องการกลับบ้าน แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุมีเสียงปืนดังครั้งแรก พวกเขาได้จอดรถมอเตอร์ไซค์เพื่อดูเหตุการณ์ เมื่อเสียงปืนเงียบ จึงขี่มอเตอร์ไซค์ต่อ ห่างกันประมาณ 100 เมตร เป็นทางขึ้นเนิน และมีทางโค้ง จะมองเห็นเฮลิคอปเตอร์บินมาด้านหน้า และมีเสียงปืนดัง พวกเขาจึงจอดรถ และยกมือขึ้นสูง เป็นสัญลักษณ์ยอมจำนน จากนั้นก็มีเสียงปืนและนายซอและถูกยิง เพื่อน ๆ จึงพากันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันเดียว 4 คน ขับออกมาจากจุดเกิดเหตุ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็บินออกไป โดยเพื่อนคนหนึ่งโทรหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่านายซอและถูกยิง จึงพากันนำตัวนายซอและไปที่ อบต. พบกับผู้ใหญ่บ้าน แล้วนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ
.
นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยต่อว่า ช่วงหลัง 2 ทุ่ม ที่ อบต. ถูกเผา ตนได้ไปช่วยระงับเหตุที่ อบต. ในช่วง 3 ทุ่มเศษ ๆ เริ่มมี ฮ. บินมารอบแรก จนเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มน้อง ๆ ขับผ่าน ได้สอบถามว่าไปไหน น้อง ๆ บอกว่าไปเที่ยวมา จากนั้นก็เห็นเฮลิคอปเตอร์มารอบ 2 แล้วได้ยินเสียงปืน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ซึ่งช่วงได้ยินเสียงปืน ก็ได้สอบถาม ชรบ. ว่าเกิดขึ้นจุดไหน โดย ชรบ. บอกว่าน่าจะมีเสียงมาจากริมคลอง จึงให้ ชรบ. หลบให้ปลอดภัย จนกระทั่งกลุ่มน้อง ๆ ทั้ง 4 คน ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาพร้อมนายซอและที่บาดเจ็บ จึงนำตัวไปส่งโรงพยาบาลจะแนะ
เพื่อนนายซอและ ยืนยันว่า พวกเขาไม่ใช่คนร้าย เป็นชาวบ้านธรรมดา เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงอยากขอความยุติธรรม และไม่สบายใจที่มีการกล่าวหาว่าพวกตนพูดโกหก เพราะไม่ได้โกหก อยากให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ "พวกผมก็ยกมือว่าไม่ได้ทำผิด ไม่มีเจตนาอะไร ตอนยกมือ ก็มีเสียงปืนยิงลงมา แล้วซอและถูกยิงบาดเจ็บ ส่วนผมจอดมอเตอร์ไซค์หลบอยู่ข้างทาง และเห็น ฮ. บินอยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมืดไม่ได้เห็นคนบน ฮ. ซึ่งผมไม่รู้ว่าใครยิง แต่ยืนยันได้ว่ายิงจากข้างบน เพราะ ฮ. อยู่ข้างบนเรา" กลุ่มเพื่อนนายซอและยืนยันว่าพวกเขาพร้อมพิสูจน์ความจริง จึงอยากให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งไม่ได้กล่าวหาว่าทหารยิง แต่เมื่อมีคนบาดเจ็บ และมีร่องรอยกระสุนปืนในที่เกิดเหตุจริงก็ต้องพิสูจน์ หรือหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้
นายนูเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวด้วยว่า ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านถือเป็นคนกลาง ที่ได้ฟังข้อเท็จจริงจากลูกบ้านทั้ง 4 คน ยืนยันได้ว่า ทั้ง 4 คน อยู่ในพื้นที่ ไม่ได้ยุ่งกับการเกิดเหตุ เพราะเด็กเป็นกลุ่มที่ชอบไปเที่ยว และเมื่อเด็กถูกยิงมาแล้ว ได้รับบาดเจ็บ ตนก็ช่วยเหลือ และเด็ก ๆ ก็เล่าตามข้อเท็จจริง จึงต้องตรวจสอบ เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงกับเจ้าหน้าที่รัฐอีก "เฮลิคอปเตอร์ใหญ่ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เมื่อเกิดเหตุที่ข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ก็ต้องตรวจสอบ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คน ก็เล่าข้อเท็จจริงแบบนี้ตั้งแต่ต้น รวมถึงชาวบ้านก็พูดเช่นนี้ ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ก็อยากให้มีสื่อกลางมาตรวจสอบ ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นผู้ร้าย ถ้าหาข้อสรุปได้ก็ยิ่งดี เพราะไม่อยากให้เด็ก ๆ เสียขวัญ" ผู้ใหญ่บ้าน นูเซ็ง กล่าวย้ำ




