ตร.ภูสิงห์เร่งตรวจสอบเงิน 11 ล้าน ยังไม่พบเอี่ยวปะทะชายแดน

ตรวจสอบเข้มเงินสด 11 ล้าน เจ้าของเงินบอกทำธุรกิจเป็นคนกลางซื้อ-ขายสินค้ามาเป็น 10 ปี มีเอกสารใบเสร็จกับบริษัทคู่ค้าชัดเจน เงินที่เห็นเอาออกมาเพราะเตรียมอพยพจากสถานการณ์ชายแดนเฉยๆ - เจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือเกี่ยวข้องกับการปะทะชายแดน
(18 ธ.ค. 68) จากกรณีที่วานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารในพื้นที่แนวชายแดน ว่าพบความผิดปกติกรณีมีหญิงชาวกัมพูชาพักอาศัยอยู่กับสามีชาวไทยในพื้นที่ ตลาดเมืองใหม่ ช่องสงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ต่อมาจึงได้จัดชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ พบหญิงชาวกัมพูชาชื่อ นางหนิง พักอาศัยอยู่กับสามีซึ่งเป็นคนไทย
.
ล่าสุดวันนี้ จากการตรวจค้น พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผกก.สภ.ภูสิงห์ เผยว่า เงินสดจำนวนประมาณ 11 ล้านบาท และ ทองคำรูปพรรณมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท อยู่ภายในรถกระบะของสามี จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและนำทรัพย์สินดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างละเอียด
.
โดยได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบพฤติกรรมผิดปกติ เกรงอาจเชื่อมโยงกับขบวนการ แก๊งสแกมเมอร์ หรืออาชญากรรมออนไลน์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบความเชื่อมโยง รวมถึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจหาสารเสพติดปนเปื้อนในธนบัตร ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ
.
จากการสอบปากคำนางหนิง (นามสมมุติ) ผู้ต้องสงสัย (เจ้าของเงิน) ให้ข้อมูลว่า ตนประกอบอาชีพค้าขายเป็นคนกลางในการซื้อขายสินค้ามากว่า 10 ปี มีบริษัทคู่ค้าในพื้นที่อำเภออุบลราชธานี และมีเอกสารใบเสร็จการซื้อขายชัดเจน
.
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไปยังบริษัทคู่ค้าและชิปปิ้งที่ดำเนินการส่งสินค้า ซึ่งยืนยันว่ามีการค้าขายกันจริง
.
ขณะเดียวกัน ได้ประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินเข้าตรวจสอบสายรัดธนบัตร พบว่าเป็นเงินที่เบิกจ่ายภายในประเทศไทย ไม่ได้มีการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งยังต้องตรวจสอบรายละเอียดกับ ศุลกากร เพิ่มเติม
.
สำหรับเหตุผลที่มีเงินสดจำนวนมาก นางหนิง (นามสมมุติ) ระบุว่า เนื่องจากไม่ไว้วางใจสามี จึงไม่เปิดบัญชีธนาคารและเก็บเงินสดไว้ในตู้เซฟที่บ้าน กระทั่งเกิดสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ จึงนำเงินและทองคำออกมาใส่รถเพื่อเตรียมอพยพ
.
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับการสนับสนุนการสู้รบ หรือการส่งเงินให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และผู้เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี โดยจะมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ




