'บิ๊กเต่า' บินด่วนสงขลาสอบคดีขโมยเรือน้ำมันของกลาง

'บิ๊กเต่า' ขีดเส้นตาย 7 วันขยายผลใครอยู่เบื้องหลังปล่อยเรือของกลาง 3 ลำ ยืนยันว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน

17 มิ.ย.67 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (08.00 น.) พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เดินทางขึ้นเครื่องบินที่กองบินตำรวจ หรือ บน.3 ไปจังหวัดสงขลา เพื่อสอบปากคำลูกเรือที่ขโมยเรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ของกลางคดี หลังถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเปิดเผยกีบทีมข่าวก่อนขึ้นเครื่องว่า ขณะนี้ได้ยึดเรือของกลางไว้ได้แล้ว 3 ลำอยู่ระหว่างการลากจูงเข้ามาเทียบท่าเรือสงขลา คาดว่าจะถึงฝั่งประมาณ 14:00 -15.00 น. วันนี้ โดยนำชุดสืบสวนสอบสวนไปสอบปากคำคลี่คลายคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบเก็บหลักฐานทางคดีเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ส่วนการขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ตำรวจมีแนวทางการสืบสวนอยู่ ซึ่งต้องสอบปากคำซักถามรายละเอียดกับลูกเรือผู้ต้องหาก่อน
พลตำรวจตรี พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยถึงการตรวจสอบวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องว่า พลตำรวจตรีจรูญเกียรติกำหนดกรอบเวลาต้องให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน อยู่ระหว่างสอบสวนว่ามีกี่นาย
ขณะที่บรรยากาศที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. ที่ได้ออกหมายเรียกลูกเรือของเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำ มารายงานตัว หลังได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ รวม 28 คน ล่าสุดผู้ต้องหาบางส่วนจำนวน 11 คน พร้อมทนาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน มีเพียงรายเดียวที่บอกเพียงว่า "ผมอยู่แต่ในเรือ ไม่ได้ไปด้วย" ก่อนจะเข้าห้องไป
ด้านพันตำรวจเอกชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ) เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนได้ปิดหมายที่บ้านพักของนายประกันและยังเป็นทนายความในคดีให้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 28 คนมารายงานตัว และโทรศัพท์แจ้งทนายความตั้งแต่ออกหมาย โดยมีผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัววันนี้ 11 คน และจากที่สอบถามทนายพบว่ามีอีก 2 คนไม่ได้เดินทางมา โดยในจำนวนนี้ 1 คนยังอยู่บนเรือ ซึ่งได้เร่งรัดนายประกันให้นำตัวมา // ส่วนอีก 15 คนยังไม่พบคาดว่าอยู่บนเรือน้ำมัน 3 ลำที่หายไป
สำหรับคนที่ไม่มา ตำรวจก็จะดูว่าใครหลบหนีไปบ้าง หรือคนที่ไม่มามีเหตุจำเป็นใด เพื่อจะพิจารณาเพิกถอนประกันตัว และจะพิจารณาออกหมายจับกลุ่มที่ไม่มารายงานตัวต่อไป
ส่วนการสอบปากคำเพิ่มเติมนั้น จะยังไม่มีการสอบปากคำในวันนี้ เนื่องจากจุดที่จับกุมเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพราะทางทะเล จึงเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่ทำผิดตามกฎหมายไทย ทำให้ตำรวจต้องสอบปากคำร่วมกับอัยการภายหลัง
พร้อมกันนี้พันตำรวจเอกชัชวาล ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ตำรวจให้ให้ประกันตัวไปรอบแรก เพราะมีเรือ 1 ลำกำลังจะจม ต้องสูบน้ำออกตลอด มิฉะนั้นน้ำมันของกลางบนเรืออาจรั่วลงทะเล จะทำให้เหตุการณ์บานปลาย จึงต้องให้ประกันผู้ต้องหาให้กลับไปดูแลเรือ โดยมีเจ้าหน้าที่กำกับดูแล
สำหรับผู้ต้องหา 28 คนนี้ เป็นลูกเรือทั้งสัญชาติไทยและเมียนมา ที่ถูกตำรวจน้ำและตำรวจ บก.ปอศ. เข้าจับกุมได้บนเรือ 5 ลำที่บรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 แสนกว่าลิตร บริเวณอ่าวไทย ใกล้เเท่นขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อวันที่ 19 มีนาคม และถูกเเจ้งข้อหาร่วมกันพยายามนำเข้าหรือส่งออกของที่ยังไม่ผ่านวิธีทางศุลกากร, ฐานร่วมกันซ่อนเร้นพาไปเสียในทรัพย์(น้ำมัน) อันเป็นของเกี่ยวเนื่องในความผิด ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ เเละ ร่วมกันบรรทุกของลักลอบหนีศุลกากรหรือมีไว้ซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต ก่อนที่เรือ 3 ลำจะหายไป โดยมีลูกเรือ 2-3 คนที่อยู่ประจำเรือ 3 ลำดังกล่าว แต่ไม่ได้ไปกับเรือดังกล่าวด้วยเพราะเมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- ตำรวจน้ำสงขลาเตรียมรับเรือน้ำมัน แต่อาจล่าช้าเพราะคลื่นลมแรง
- ทางการไทยดิ้น! เร่งคลี่คลายคดี 3 เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำหายไร้ร่องรอย
- คลิปก่อนเรือของกลางขนน้ำมัน 3 แสนลิตรหายปริศนา 3 ลำ
- เซ็นย้าย ผกก.ตำรวจน้ำ-ลูกน้อง รวม 5 นาย เซ่นเรือน้ำมันเถื่อนของกลางหาย
- ตำรวจร่อนหนังสือแจงสื่อพบท่อ-ถังน้ำมันที่สัตหีบ




