จับตา“คลองถมเซ็นเตอร์”ได้ไปต่อไหม

ข่าวเวิร์คพอยท์
จับตา“คลองถมเซ็นเตอร์”ได้ไปต่อไหม

จับตา“คลองถมเซ็นเตอร์”ได้ไปต่อไหม ด้าน"อนุทิน" โต้ปมเผาไล่ที่คลองถม

(29ส.ค.69) เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิไฟภายในศูนย์การค้า “คลองถมเซ็นเตอร์” โดยชุดอยู่บ้านสบายๆ พร้อมสวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัยจากฝุ่นควัน โดยนายกฯได้พูดคุยและให้กำลังใจชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวตลอดเส้นทาง ก่อนที่จะเข้าไปถึงจุดที่รถแบ๊กโฮกำลังทำงานและเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งฉีดน้ำเพื่อให้ควันไฟเบาบางลง เนื่องจากบางจุดยังมีไฟปะทุ และได้เข้าสำรวจความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้พูดคุยกับเจ้าของโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ช่วงหนึ่งเจ้าของโครงการรายงานให้นายกรัฐมนตรีฟังว่า “พื้นที่ดังกล่าวมี 4 ไร่ หากคิดเป็นพื้นที่ใช้สอย อยู่ที่ประมาณ 8,000 กว่าตารางเมตร และส่วนตนเองเป็นเจ้าของที่ตามสัญญา เมื่อวานเราพยายามทำทุกอย่างไม่ให้มีคนเจ็บ หลังจากนี้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย อาจจะไม่มีคลองถมแล้ว เดี๋ยวนี้ออนไลน์มันแรงด้วย และตอนเกิดเหตุร้านปิดหมด ประมาณ 6 โมงเย็น ก็ไม่มีคนอยู่แล้ว เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยมีคน”

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในภาพรวมไว้ได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มไฟและจุดความร้อนลุกไหม้เป็นหย่อมๆ อยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย จึงได้ประสานงานนำรถแบ๊กโฮเข้ามาช่วยเคลียร์และเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเข้าถึงจุดต้นเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดต้องน่ากังวลว่าเพลิงจะลุกลามขยายวงกว้างอีก และเนื่องจากเพลิงไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ร้านค้าส่งและอุปกรณ์ต่างๆ สินค้าบางส่วนเป็นเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดควันพิษหนาแน่นและมีกลิ่นแรง นายกรัฐมนตรีจึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ หากจำเป็นต้องเข้ามา ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลและทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งนำโดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา สามารถบล็อกพื้นที่เส้นทางไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนข้างเคียงได้ทันท่วงที โดยได้รับความชื่นชมจากชาวบ้านและผู้ประกอบการว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการดูแลและเยียวยาแล้ว โดยผู้ที่มีอาการหนักได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตราย

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีรายงานว่า มีคนฉวยโอกาสเข้ามาขโมยสินค้าในช่วงเช้ามืด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดกำลังสายตรวจคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงเหลืออยู่อย่างใกล้ชิด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่จะซ้ำเติมผู้เดือดร้อนว่า หากตรวจพบหรือจับกุมได้ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและลงโทษขั้นสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้ประกอบการและเจ้าของอาคารตัดพ้อว่า อาจไม่มีการทำตลาดคลองถมต่อ เนื่องจากโครงสร้างอาคารเสียหายหนัก ยุบตัวลงมา และสู้กระแสการค้าออนไลน์ไม่ไหว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าของอาจกำลังท้อแท้ เสียใจ เพราะเป็นสถานที่สร้างอาชีพให้ผู้คนและชาวบ้านมานานหลายสิบปี

เมื่อถามว่าจะปิดตำนานคลองถมเซ็นเตอร์เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า “เจ้าของธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจากไฟไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งตลาดยุคใหม่เป็นตลาดออนไลน์ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันภายหลังว่าจะกลับมาค้าปลีกหรือค้าย่อยได้อีกหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่กับการแข่งขันการค้ายุคใหม่” อย่างไรก็ตาม โครงสร้างอาคารและทรัพย์สินต่าง ๆ มีการทำประกันภัยไว้ ซึ่งจะมีการชดเชยตามขั้นตอนประกันภัยต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีผู้ค้าแผงลอยที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐได้ตั้งโต๊ะจุดลงทะเบียนอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ณ วัดพระพิเรนทร์ เพื่อให้ผู้เสียหายมาแจ้งรายละเอียด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้เดือดร้อนมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินชดเชย และช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์การบรรเทาสาธารณภัยแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึงเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ อาจเป็นการเผาเพื่อไล่ที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องทำเช่นนั้น ขออย่าตั้งสมมติฐานที่บั่นทอนจิตใจผู้ประสบภัย ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะทราบผลสรุปในเวลาอีกไม่นาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง