น้องสาวสุดทนคว้าสากกะเบือตีหัวพี่ชายแตก โดนแทงสวนเลือดสาดเจ็บทั้งคู่

ครอบครัวอลเวง! น้องสาวสุดทนคว้าสากกะเบือตีหัวพี่ชายแตก โดนแทงสวนเลือดสาดเจ็บทั้งคู่ ผู้เป็นแม่ระบุ สองพี่น้องทะเลาะกันบ่อยพร้อมเผยปมเหตุ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2567 ขณะที่ ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สิน รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุพี่ชายและน้องสาวทำร้ายร่างกายกันจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 6xx/x ม.1 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงพร้อมสายตรวจ 191 และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นปูนบ้านชั้นเดียว ติดกับวัดสุวรรณเกสรบ้านเลื่อม หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายดอกไม้-พวงมาลัย เมื่อไปถึงพบ น.ส.มณธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี มีบาดแผลถูกของมีคมบาดที่แขนขวาและใบหน้า เลือดไหลเต็มแขนและบางส่วนของใบหน้า อาสากู้ภัยฯ ได้ปฐมพยาบาลก่อนเร่งนำส่งรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี
ส่วนคู่กรณีคือ นายธาราศัย (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี พี่ชายแท้ๆ ของ น.ส.มณธิชา ได้รับบาดเจ็บถูกสากกะเบือตีที่กลางศีรษะ เป็นแผลแตกเลือดไหล เบื้องต้น ญาตินำตัวไปห้ามเลือดที่ รพ.สต.บ้านเลื่อม ก่อนกลับมาที่บ้านเกิดเหตุ และให้อาสากู้ภัยฯ นำตัวส่งโรงพยาบาลไปอีกราย

นายธาราศัย เล่าว่า เหตุที่ทะเลาะกันกับน้องสาว เพราะน้องไล่ให้ตนไปอยู่ที่อื่น น้องชอบมาหาเรื่องตน วันนี้ก่อนเกิดเหตุ ตนมานอนเปิดพัดลมอยู่หน้าบ้าน น้องสาวก็นั่งขายดอกไม้ตามปกติ ส่วนแม่ออกไปส่งดอกไม้ในหมู่บ้าน น้องสาวชอบด่าแม่ ขายดอกไม้ได้ก็เก็บเงินไว้คนเดียว ทั้งที่ตนก็ขายของช่วยแม่เหมือนกัน
วันนี้ก็เหมือนเดิม น้องสาวก็มาไล่ตนออกจากบ้านอีก และจู่ๆก็ถือสากมาตีหัวตนไปหลายครั้ง ตนก็ต่อยสวนไปป้องกันตัว โดยอ้างว่า ไม่ได้ใช้มีดแทงเลย ถ้าใช้มีดก็ต้องเห็นมีด สงสัยน้องคงจะถูกเล็บของตน

ด้านนางคำมูล (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี แม่ของสองพี่น้อง ระบุ ตนออกไปส่งดอกไม้ในหมู่บ้านตั้งแต่เช้า เมื่อกลับมาก็เห็นทั้งคู่มีเลือดไหลเต็มร่างกายแล้ว แต่เลือดพี่ชายไหลเยอะกว่า เห็นเป็นแผลแตกขนาดใหญ่ที่กลางหัว ส่วนน้องสาวก็ถูกพี่ชายกรีดหน้าและแทง แต่ไม่เห็นมีด อาจจะเป็นช้อนส้อมที่ใช้แทงก็เป็นได้ เพราะเคยเห็นคนพี่ใช้ข่มขู่น้องสาวมาก่อน
ส่วนเรื่องที่ทะเลาะกันก็คือเรื่องเงิน น้องสาวจะช่วยแม่ขายของ ส่วนพี่ชายหรือลูกชายของตนนั้น ไม่ยอมทำอะไรช่วย เอาแต่ขอเงินไปซื้อเหล้ากิน ทั้งคู่จึงทะเลาะกันในเรื่องนี้บ่อยมาก

เบื้องต้น ตำรวจได้แนะนำให้ทั้งคู่รักษาตัวจนหายดีก่อน แล้วให้นำใบรับรองแพทย์ไปทำการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม หากจะประสงค์ที่จะดำเนินคดีต่อกัน แต่ในเบื้องต้นตำรวจได้ทำการบันทึกประวัติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้ว เพื่อคอยกลับมาสอดส่องดูแลผู้เป็นแม่ เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ และลูกมีประวัติใช้ความรุนแรงในครอบครัว





