ป่วน 5 ปี! เพื่อนบ้านมหาภัยขว้างหิน-หนูตายใส่บ้าน ร้องเรียนแล้วเงียบ จนต้องหนีไปนอนศาลา

ข่าวเวิร์คพอยท์
ป่วน 5 ปี! เพื่อนบ้านมหาภัยขว้างหิน-หนูตายใส่บ้าน ร้องเรียนแล้วเงียบ จนต้องหนีไปนอนศาลา

สุดทน! ร้องสื่อถูกเพื่อนบ้านมหาภัยก่อกวนหนักนานกว่า 5 ปี ทั้งโยนผ้าอนามัยใช้แล้ว หนูตาย ก้อนหินเข้าบ้านจนรถพัง-หลังคาพัง ทนไม่ไหวต้องหนีไปนอนศาลาหน้าบ้าน วอนหน่วยงานเร่งช่วย หลังร้องเรียนมาหลายครั้งแต่เรื่องยังเงียบ

(27 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางลุนนี (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านในจังหวัดมหาสารคาม ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเพื่อนบ้านก่อกวนอย่างหนักมานานกว่า 5 ปี เนื่องจากมีบ้านพักอาศัยอยู่ติดกับครอบครัวคู่กรณี ซึ่งมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนทั้งด้านจิตใจ ความเป็นอยู่ และทรัพย์สินมาอย่างต่อเนื่อง จนครอบครัวไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นางลุนนี เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อนบ้านมักจะโยนสิ่งของต่าง ๆ เข้ามาภายในบริเวณบ้าน ทั้งผ้าอนามัยใช้แล้ว น้ำล้างจาน น้ำถูพื้น เศษอาหาร รวมถึงซากสัตว์ตายอย่างหนู และบางครั้งยังขว้างก้อนอิฐ หิน และท่อนไม้เข้ามาทั้งกลางวันและกลางคืน สร้างความหวาดผวาให้กับคนในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะจะถูกโยนของใส่ตลอด จนตนต้องย้ายไปนอนที่ศาลาหน้าบ้าน แต่คู่กรณีก็ยังตามมาก่อกวน ส่งเสียงดังและโยนของใส่จนพักผ่อนไม่เพียงพอ ต้องตื่นไปทำงานทุกวันทั้งที่สภาพจิตใจย่ำแย่

นางลุนนี เผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายหลายครั้ง ทั้งรางน้ำหลังคาถูกทุบจนพัง และรถยนต์ถูกก้อนหินขว้างใส่จนเป็นรอย รวมถึงข้าวของในบ้านเสียหายจากการถูกโยนสิ่งสกปรกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตนจึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้รอบบ้าน และเก็บ "ของกลาง" ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นก้อนอิฐ ไม้ หรือสิ่งสกปรกที่ถูกโยนเข้ามาไว้ทั้งหมด เพื่อยืนยันพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุและใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี

ที่ผ่านมาเคยพยายามเข้าไปพูดคุยและตักเตือนหลายครั้ง แต่คู่กรณีกลับไม่รับฟัง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมสร้างความรำคาญในรูปแบบอื่น เช่น พูดจาประชดประชันเสียงดัง ถ่ายรูปหน้าบ้าน และคอยจับตาติดตามสร้างความกดดันให้กับคนในครอบครัว ตนเคยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน ทั้งผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องกลับไม่คืบหน้า เนื่องจากครอบครัวคู่กรณีไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทำให้ปัญหายืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

นางลุนนี จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายจนเกิดความสูญเสีย เพราะขณะนี้ครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวง และไม่รู้ว่าจะต้องทนกับปัญหานี้ไปอีกนานแค่ไหน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง