รวบสาวอำนาจเจริญ ตุ๋น 5 ชาวลาว หลอกมาทำงานผ่านทางเฟซบุ๊ก

ตำรวจบางพลี รวบสาวอำนาจเจริญ ตุ๋น 5 ชาวลาว หลอกมาทำงานผ่านทางเฟซบุ๊ก เชิดเงินมัดจำเช่าห้องพัก
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ก.ค.68 พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รองผกก.สส.สภ.บางพลี ร่วมกันสอบปากคำผู้เสียหาย ชายหญิงชาวลาวรวม 5 คน หลังจากที่พากันเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดกับ น.ส.แพร (สงวนชื่อ-สกุลจริง) อายุ 29 ปี ชาวอำนาจเจริญ ในข้อหา "ฉ้อโกงและลักทรัพย์"
หลังจากที่กลุ่มผู้เสียหายชาวลาวกลุ่มนี้ ถูก น.ส.แพร หลอกลวงให้เดินทางมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาทำงานและเปิดห้องเช่าให้ ก่อนจะเชิดเงินค่าเช้าห้องและโทรศัพท์ของผู้เสียหายหลบหนีไป กระทั่งถูกตำรวจตามจับกมุตัวได้กลางห้างสรพพสินค้าชื่อดังย่านบางพลี ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง
นายทอง หนุ่มชาวลาว หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ตนและแฟนสาวพากันมาเที่ยวหาญาติที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วต้องการหางานทำในประเทศไทย จึงเข้าไปดูในกลุ่มหางานของเฟซบุ๊ก พบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ในชื่อว่า "คุณนุ่น" ได้โพสต์ในกลุ่มว่าต้องการรับสมัครงาน โดยจะให้ไปทำงานในร้านอาหาร และได้ค่าแรงวันละ 400 บาท ตนจึงสนใจ และทักไปหาคนที่โพสต์ ก็คือตัว น.ส.แพร
กระทั่ง น.ส.แพร ติดต่อกลับมาว่าจะให้มาทำงาน แต่จะต้องเดินทางมาพบที่ห้างย่านบางพลี โดยให้เรียกรถผ่านแอปฯ ตนกับแฟนด้วยความที่ยากมีงานทำ เพื่อส่งเงินกลับบ้านเกิดที่ประเทศลาว จึงยอมเดินทางมาหา น.ส.แพร ตามนัด หลังจากที่เดินทางมาถึง ก็พูดคุยกัน น.ส.แพร แจ้งว่า ตนและแฟนจะต้องเสียเงินเป็นค่าเช่าห้องเพื่อจะได้ทำงาน โดยจะต้องวางมัดจำและค่าเช่าเดือนแรก รวมเป็นเงิน 4,000 บาท ตนจึงกดเงินสดเอทีเอ็มทั้งหมดที่มีในบัญชี 4,000 บาท ออกมา

พอได้เงินสด น.ส.แพร ออกอุบายกับแฟนว่า จะพาไปดูห้องพัก ให้ตนรออยู่ที่หน้าห้างฯ แฟนจึงเดินตามไป โดยที่ น.ส.แพร เป็นคนถือเงินทั้งหมด พร้อมทั้งเอาโทรศัพท์ของตนไปด้วย ตอนแรกตนก็ไม่คิดอะไร เพราะความไว้ใจและเห็นว่าแฟนไปด้วย จนผ่านไปราวชั่วโมงเศษ แฟนกลับมาแจ้งว่า น.ส.แพร หลอกให้ยืนรอแล้วหายตัวไป ตนจึงไปถามหา น.ส.แพร กับคนในละแวกนั้น จนมีคนขับวิน จยย.บอกว่า เพิ่งรับไปส่งที่ห้างฯอีกแห่ง จึงรีบเดินทางไปที่ห้างฯดังกล่าว พอไปถึงก็พบว่า น.ส.แพร กำลังก่อเหตุซ้ำกับคนงานชาวลาวอีก 3 คน จึงรีบแจ้งตำรวจเข้าควบคุมตัว
ด้าน น.ส.แพร ผู้ก่อเหตุ ให้การยอมรับว่า ตั้งใจกอ่เหตุหลอกเอาเงินของกลุ่มผู้เสียหายจริง แต่ที่ทำลงไปนั้นเพราะมีความจำเป็น เนื่องจาก ตนมีลูกเล็กและเลิกรากับสามีไป จนไม่มีเงินเลี้ยงลูก อีกทั้งยังติดหนี้นอกระบบรายวัน จึงทำให้มีความคิดชั่ววูบตัดสินใจก่อเหตุ ส่วนที่ทำในลักษณะนี้ได้นั้น เพราะตนเคยรับจ๊อปเป็นเอเจนซี่จัดหาคนงาน จึงพอจะรู้ช่องทางในการโพสต์ดึงดูดให้คนต่างด้าว ที่หางานเข้ามาติดต่อตัวเอง ตำรวจยังถามต่ออีกว่า "ทำแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง" น.ส.แพร ยอมรับว่า "ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง"

ขณะที่ ผกก.สภ.บางพลี ระบุว่า ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เชื่อว่า มีผู้เสียหายมากกว่านี้ จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายใด ที่ตกเป็นเหยื่อ น.ส.แพร ขอให้มาแจ้งความ เนื่องจาก เป็นภัยต่อสังคม ส่วน น.ส.แพร เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา "ฉ้อโกง" และอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มในข้อหา "ลักทรัพย์" เรื่องที่เอาโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป ส่วนกลุ่มผู้เสียหายจากการตรวจสอบพบเอกสารพาสสปอร์ตสัญชาติลาวถูกต้อง และยังมีกำหนดพักอาศัยในราชณาจักรไทยในฐานะนักท่องเที่ยว จึงไม่ใช่แรงงานที่หลบหนีเข้าเมือง - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




