ปาหินใส่รถเก๋งช่วงเช้ามืด เสียหลักชนข้างทางพังยับ

หนุ่มขับเก๋งบนทางเปลี่ยว เจอซุ่มปาหินใส่กระจก จนรถเสียหลักพุ่งชนข้างทางเสียหายยับ โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต
(17 ก.ค. 68) นายวรวุฒิ อายุ 37 ปี พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง นำคลิปหลักฐานวงจรปิดที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณตี 4 ของวันที่ 15 ก.ค.68 ที่ผ่านมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว เป็นเหตุการณ์ที่ตัวเองประสบอุบัติเหตุขณะกำลังขับรถเก๋งไปทำงานบนถนนสารภี-หางดง ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จู่ ๆ ก็มีวัตถุกระแทกเข้าบริเวณกระจกรถด้านหน้าฝั่งคนขับ เสียงดังสนั่นและทำให้กระจกร้าว มองไม่เห็นทำให้รถเสียหลัก พุ่งไปชนกับเสาปูนและรั้วเหล็กของร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางจนพังยับเยินและตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อตั้งสติได้จึงพยายามขับรถมาจอดที่บริษัทที่เจ้าตัวทำงานอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 500 เมตร
โดยสภาพรถด้านข้างฝั่งคนขับพังเสียหายจากการเหวี่ยงไปชนกับเสาปูนและรั้วเหล็ก บริเวณกระจกด้านหน้า พบร่องรอยกระจกแตกร้าวจากการถูกของแข็งกระทบเข้าอย่างจัง เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ แต่น่าจะมีคนปาก้อนหินใส่ จึงได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยกับทางผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางสายดังกล่าว โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่จุดนี้เป็นทางเปลี่ยวและมืดมาก

นายวรวุฒิ ผู้เสียหาย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถไปทำงานตามปกติ ซึ่งเป็นช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ ตี 4 ใช้ความเร็วประมาณ 80-90 เพราะในช่วงนั้นถนนโล่งและเป็นทางตรง พอขับเลยสุสานหนองแฝกมาได้ไม่นาน ก็มีเสียงดังของวัตถุกระทบหน้ากระจกรถฝั่งคนขับ จนทำให้กระจกแตกและทำให้ตนมองไม่เห็นเส้นทาง รถได้เสียหลักหมุนกลางถนน 1-2 รอบ ก่อนรถจะไปชนกับรั้วกั้นที่จอดรถของร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง หลังจากรถหยุดตนพยายามจะเปิดประตูรถออกมา แต่เปิดไม่ได้เนื่องจากประตูเปิดไม่ออก จึงตั้งสติแล้วรีบถอยรถ เพราะเกรงจะมีคนมาทำร้าย แล้วรีบขับรถไปตั้งหลักที่ทำงานที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นได้จึงซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของรุ่นน้องที่ทำงานกลับมาดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง และได้พบกับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ออกมาดูเหตุการณ์และความเสียหาย
หลังจากที่กลับมาดูที่เกิดเหตุอีกครั้งไม่พบคนก่อเหตุ มีเพียงตนกับรุ่นน้องและคนในร้านก๋วยเตี๋ยวอีก 2 คน และ มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมีคนลงมือก่อเหตุ แต่ในระหว่างเกิดเหตุตนมองไม่เห็นเพราะถนนเส้นนี้สองข้างทางเป็นป่า ประกอบกับค่อนข้างมืด และหลังเกิดเหตุตนก็ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามเบาะแสของคนก่อเหตุ ตนยอมรับว่ามีเบาะแสน้อย เพราะในระหว่างเกิดเหตุไม่มีภาพหน้ารถ และตนก็ไม่ทันสังเกตและมีเพียงหลักฐานที่รถเกิดเสียหลักเพียงเท่านั้น แต่ก็หวังว่าทางตำรวจจะช่วยติดตามจับกัมตัวคนก่อเหตุให้ได้

นายวรวุฒิ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เดือดร้อนหนัก เพราะรถเสียหายและไม่มีประกัน ตอนนี้ต้องอาศัยใช้รถจักรยานยนต์ของแฟนมาทำงาน ส่วนร่างกายก็ได้รับบาดเจ็บยังมีอาการปวดหลังและลำตัวจากการถูกกระแทก อีกทั้งมีบาดแผลที่บริเวณหูด้านขวาที่ต้องเย็บหลายเข็ม ทุกอย่างก็เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด รวมไปถึงค่าเสียหายร้านก๋วยเตี๋ยวที่รถได้ไปชนเข้ากับเสาและรั้วของร้าน ที่ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการเจรจาประเมินค่าเสียหายอยู่
นายวรวุฒิ ยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือผิดใจกับใคร และคาดว่าไม่น่าจะเป็นคนที่รู้จักมาลงมือก่อเหตุ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นฝีมือใครและทำไปเพื่ออะไร จนถึงตอนนี้ก็ยังวิตกกังวล กลัวว่าในช่วงที่ขับรถมาทำงานตอนเช้ามืดมีคนดักซุ่มทำร้ายหรือก่อเหตุในลักษณะนี้อีก เพราะหลังจากที่โพสต์ภาพเตือนภัยลงในโซเชียลก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และบอกว่าเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน

อยากฝากเตือนภัยถึงประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางนี้ ให้ระมัดระวังสังเกตให้ดี เพราะถนนสายดังกล่าวจะเปลี่ยวมากโดยเฉพาะช่วงกลางคืน และไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านและอยากให้ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง ส่วนในเรื่องของคดีขอให้ตำรวจได้ลงพื้นที่เร่งติดตามจับกุมตัวคนก่อเหตุให้ได้ โดยเร็วเพราะเกรงว่าอาจจะไปลงมือก่อเหตุกับคนอื่นอีก




