"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี

Tum1
"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี ลั่น! ไม่หวังตำแหน่งคืน แต่ขอความยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 ก.ย.68 ที่ศาลปกครองสูงสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาล เพื่อประกอบการดำเนินคดีฟ้องร้องผู้บริหารระดับสูงในศาลปกครองสูงสุดจำนวน 2 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ ซึ่งเชื่อว่า เกี่ยวข้องกับความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกลับเข้าสู่ตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ต้องการให้กรณีของตนเป็น "กรณีตัวอย่าง" ของสังคม ในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและยุติธรรม พร้อมยืนยันว่า การกระทำของตน ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการศาลแต่อย่างใด แต่ต้องการเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับรู้ เพื่อให้สังคมช่วยตรวจสอบกลไกต่าง ๆ ของกระบวนการยุติธรรมที่ควรยึดมั่นในความเป็นกลาง

“ผมไม่ต้องการกลับไปเป็นรอง ผบ.ตร. และไม่ได้สนใจตำแหน่ง ผมสนใจความถูกต้องและความยุติธรรมมากกว่า”

บิ๊กโจ๊ก กล่าวถึงคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ ซึ่งระบุว่า มีคำสั่งจากผู้มีอำนาจในศาลปกครองสูงสุด ให้ “ล้มคำพิพากษาเดิม” และจัดประชุมองค์คณะพิจารณาคดีใหม่ ทั้งที่คดีของตนได้มีมติชัดเจนให้คุ้มครองคำสั่งโยกย้าย ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปแล้ว

พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้พิพากษาบางรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของตน อาจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่กรณี เช่น เป็นเพื่อนสนิทกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน และตั้งคำถามว่า หากมั่นใจในความสุจริตใจ เหตุใดจึงไม่ขอถอนตัวจากคดีตั้งแต่แรก

“ถ้าบริสุทธิ์ใจ ทำไมไม่ถอนตัวตั้งแต่ต้น? หรือเพราะผมจับพิรุธได้?”

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ในศาลปกครองติดต่อมายังตน โดยระบุว่า มีตุลาการระดับสูงรายหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับประธานศาลปกครองสูงสุด แสดงความไม่พอใจต่อเขาอย่างชัดเจน แม้จะไม่มีความรู้จักกันเป็นการส่วนตัว โดยใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงอคติ เช่น “ฉันเกลียดไอ้โจ๊กมัน” ซึ่งตนมีพยานบุคคลยืนยันได้

“คำพูดลักษณะนี้คือการตัดสินคดีล่วงหน้าอย่างชัดเจน เป็นความเห็นที่มีอคติ ขาดความเป็นกลาง และขัดต่อหลักกฎหมายโดยสิ้นเชิง”

เมื่อถามว่า ยังมีความหวังในคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่? พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตนเองยังเชื่อมั่นในศาลปกครอง แต่ไม่เชื่อมั่นในการดำเนินการของบางคนในศาล หวังว่าเมื่อหลักฐานทุกอย่างครบถ้วน จะสามารถนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตกลางได้ และตนจะเดินเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่มีข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตั้งคณะไต่สวนเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องร้องเรียนของตน โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกัน พร้อมตั้งคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวมี “ใบสั่ง” หรือไม่

“คดีของผม ป.ป.ช. มีมติให้ยุติไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ในสมัยของ พล.ต.อ.วัชรพล แต่พอเปลี่ยนประธานใหม่ กลับมีความเคลื่อนไหวจะตั้งคณะไต่สวน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการรับเงิน เพราะผมไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องด้วยซ้ำ”

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ในวันนี้ ไปยื่นต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อให้คดีเดินหน้าตามครรลองของกฎหมาย และเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมไทยในการต่อสู้กับความอยุติธรรม - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องศาลทุจริตกลาง ปมคลิปฉาวแทรกแซงคดี | Workpoint News