ชายวัย 40 ปีขี่ จยย.ชนสุนัข ดับสลดทั้งคู่

Tum1
ชายวัย 40 ปีขี่ จยย.ชนสุนัข ดับสลดทั้งคู่

ช่างก่อสร้างวัย 40 ปีขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก สุนัขวิ่งตัดหน้ารถชนเข้าเต็มแรง คนเสียชีวิตกลางถนน สุนัขตายในร่องน้ำข้างทาง

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนสุนัข ภายในซอยพุทธบูชา 39 แยกย่อยซอยที่ 7 มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุ เป็นลักษณะถนนสองเลนสวนกันได้ ข้างทางเป็นร่องสวนมะพร้าว อีกด้านหนึ่งติดกับบ้านเรือนประชาชน ไม่มีไฟส่องแสงสว่าง ทำให้พื้นที่ค่อนข้างมืด ตรวจสอบพบร่าง นายนพพร (สงวนามสกุล) อายุ 40 ปี อาชีพช่างก่อสร้าง อยู่ในลักษณะนอนหงายบนพื้นถนน บริเวณใบหน้าและศีรษะ เต็มไปด้วยเลือด ไม่มีสัญญาณชีพ อาสาสมัครฯ จึงให้การปฐมพยาบาลด้วยการทำ CPR แต่ไม่เป็นผล ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบจากสภาพศพ พบมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ และใบหน้ามีแผลแตกที่คิ้วด้านขวา มีบาดแผลถลอกทั่วร่างกาย 

พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่น aerox สีดำคาดส้ม ทะเบียน XXก-XX58 กรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่บนถนน ในสภาพชุดสีถลอกทั้งคัน กระจกมองข้างด้านซ้ายหัก และถัดมาภายในร่องสวนมะพร้าว พบสุนัขเพศผู้พันทาง สีขาวลายน้ำตาล อายุประมาณ 1 ปี นอนตายอยู่ในร่องน้ำ อาสาสมัครช่วยกันเก็บกู้ขึ้นมา พบว่า ที่คอสุนัขมีปลอกคอ จึงคาดว่า สุนัขตัวดังกล่าวน่าจะมีเจ้าของ

ชายวัย 40 ปีขี่ จยย.ชนสุนัข ดับสลดทั้งคู่

จากการสอบถาม น.ส.จามวลี (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สามีทำงานเป็นช่างก่อสร้าง คืนนี้(23 ก.ค.67) น่าจะไปนั่งอยู่ที่ร้านหน้าตลาด และคาดว่ากำลังจะกลับบ้าน แล้วบังเอิญมีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ทำให้เสียหลักล้มและเสียชีวิตดังกล่าว โดยสามีจะใช้เส้นทางนี้ขี่รถกลับบ้านเป็นประจำทุกคืน แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าตรงนี้จะมีสุนัขออกมาวิ่งเล่นในตอนกลางคืน ส่วนตัวก็อยากจะบอกไปถึงเจ้าของสุนัขด้วยว่า ถ้าคิดจะเลี้ยงสุนัข ก็อย่าปล่อยออกมาเพ่นพ่านในช่วงเวลากลางคืน เพราะจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และอยากจะให้เจ้าของสุนัขออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ชายวัย 40 ปีขี่ จยย.ชนสุนัข ดับสลดทั้งคู่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจสอบที่นิติเวช อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง