ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ

ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ

ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ อดีตเมียแฉเสพยาหนักจนหลอนต้องขอเลิก

(4ส.ค.67) เวลา 12.50 น. พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ชะอำ นำกำลังรุดเข้าตรวจสอบบริเวณคอกวัวแห่งหนึ่ง ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุว่า มีลูกชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด ใช้อาวุธมีดฟันหัวมารดาเสียชีวิต พร้อมทั้ง ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลชะอำ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชรธรรมสถานจังหวัดเพชรบุรี ร่วมสนับสนุน

ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ

ที่เกิดเหตุพบนายเอ(นามสมมติ) อายุ 38 ปี ไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใกล้กันพบศพ นางบี(นามสมมติ) อายุ 59 ปี มารดาของนายเอ ถูกอาวุธมีดฟันที่บริเวณศีรษะ นอนคว่ำหน้าคารถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นเมท สีน้ำเงิน โดยนายเอถือมีดมีอาวุธมีดและมีจอบวางอยู่ข้างตัว มีอาการประสาทหลอน นั่งพูดคนเดียวอยู่ตลอดเวลา และท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าไปดำเนินการจับกุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือได้ทำการปิดล้อมพื้นที่

ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำบุคคลที่สนิทคุ้นเคยของผู้ก่อเหตุ มาทำการเจรจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลากว่า 20 นาที นายเอ ได้ยินยอมและเดินเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังคงอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งตลอดเวลา เบื้องต้นได้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ลูกทรพี! คลั่งยาฟันหัวแม่ดับคาที่ ตร.ล้อมจับ

สอบถาม ป้าของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ปกติแล้วผู้ก่อเหตุกับแม่มักไม่ค่อยถูกกัน และมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำ พักหลังผู้ก่อเหตุได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนสติประสาทหลอน โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาตามผู้ก่อเหตุให้กลับไปบ้าน กระทั่งผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดและจอบตีเข้ามาที่บริเวณศีรษะจนเสียชีวิต

ด้าน อดีตภรรยาของนายเอ บอกว่า มีบุตรด้วยกัน 2 คน นายเอมีอาชีพรับจ้างลงเรือประมงหาปลา จากนั้นได้มาติดยาบ้าและเริ่มเสพหนักขึ้นมีอาการหลอน ตนทนไม่ไหวจริงได้เลิกรากับสามีมาหลายปี ทั้งนี้มาทราบว่าอดีตสามีอาการหลอนยาเสพติดอย่างหนักจนไม่มีใครว่าจ้างให้ลงเรือและมาเกิดเหตุดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.สมเกียรติ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยใช้วิธีการเจรจากับผู้ก่อเหตุ ซึ่งก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง