"ผู้การเต่า" ตั้ง 18 อรหันต์ แก้ข้อยุติ "วัดบางคลาน"

ผบก.ปปป. ลงพื้นที่ เจรจาหาข้อยุติ ความขัดแย้งวัดบางคลาน ตั้ง18 อรหันต์ คณะกรรมการกอบกู้ วัดบางคลาน แบ่งทีม ตรวจสอบทรัพย์สินวัด ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนสมบัติ รวมถึงจำแนกคดีให้กับชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้อง
(27 ต.ค.66) เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการกองปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางที่วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร แก้ไขความขัดแย้งที่วัดบางคลาน ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ระหว่างกลุ่มอดีตเจ้าอาวาสกับกลุ่มเจ้าอาวาสรูปใหม่ คือพระครูพิสุทธิวรากร ที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถระสมาคม โดยที่ผ่านมากลุ่มอดีตเจ้าอาวาสได้นำมวลชนมาบุกยึดครอบครองวัดและไม่ยอมให้เจ้าอาวาสรูปใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
โดยทางพล.ต.ต.จรูญเกียรติ มาถึงวัดบางคลาน ได้ร่วมวงรับประทานอาหารกลางวัน กับนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา อยู่ในวัด ร่วมกับชาวบ้านกว่า 100 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างยิ้มแย้ม จากนั้นพล.ต.ต.จรูญเกียรติได้ร่วมประชุมกับพระเทพปัญญาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 4 วัดตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ และรองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร พร้อมแกนนำชาวบ้านตำบลบางคลาน รวมถึงคณะกรรมการกอบกู้วัดบางคลาน ที่แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการกลาง จำนวน 18 อรหันต์ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง และนำเจ้าอาวาสเข้าปฏิบัติงานในวัดบางคลาน
ซึ่งในที่ประชุมต่างคนต่างนำเหตุผลมาคุยถึงเรื่องความขัดแย้งและหาทางออก โดยรองเจ้าคณะภาค 4 ได้ระบุว่า การแต่งตั้งพระครูสุธิวรากร เจ้าอาวาสวัดบางคลานมีการแต่งตั้งจากคณะสงค์อย่างถูกต้อง ไม่สามารถปลดออกได้เนื่องจากยังไม่พบการกระทำความผิดอย่างใด โดยให้คณะกรรมการกลางทั้ง 18 คน มีหน้าที่เอาปัญหาทั้งหมดออกจากวัด และกลั่นกรองว่าปัญหาไหนแก้ก่อนแก้หลัง และจึงนำผลมาสรุปให้ชาวบ้านฝั่งอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ยังเปิดโต๊ะให้ชาวบ้านที่โดนคดีความต่างๆเกี่ยวกับวัดบางคลานที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าอาวาสถอนฟ้องหรือไม่ติดใจเอาความ ส่วนคดีความที่อยู่ในชั้นศาลก็ให้ดำเนินการเป็นไปตามกลไกลของศาล ด้าน สว.กิตติศักดิ์ ให้คณะกรรมการมีการตรวจสอบทรัพย์สิน วัตถุมงคล และสิ่งของมีค่าต่างๆอย่างละเอียดและชี้แจงแก่ประชาชนให้ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง อยู่ที่ไหนอย่างไรโดยให้คณะกรรมการกลางเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ โดยการประชุมหาข้อยุติดังกล่าวมีแนวโน้มจบลงด้วยดี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกลางจะตรวจสอบกลั่นกรองอย่างไร และเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายหรือไม่ หลังจากนั้นเจ้าคณะภาค 4 ขอให้ทุกฝ่าย ยุติความขัดแย้ง ด้วยการกรวดน้ำอโหสิกรรมให้กันทุกๆฝ่ายต่อหน้ารูปหล่อหลวงพ่อเงินภายในวัดบางคลาน เพื่อสร้างความสมานฉันท์สงบสุขทุกฝ่าย
โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ภายในวัด ทางเจ้าหน้าที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกอบกู้ 18 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ แบ่งการทำงาน เป็น3 ส่วน เพื่อดูแล การตรวจสอบ ตรวจสอบทรัพย์สินวัด ตรวจสอบการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินของทางวัด พร้อมได้จัดแบ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจำแยกคดีมีทั้งคดีที่ยอมความได้ และ ยอมความไม่ได้ ให้กับชาวบ้าน พิจารณา ในการดำเนินคดี ในส่วนเจ้าอาวาส จะเข้าปฏิบัติหน้าที่นั้น ทางคณะกรรมการกอบกู้ ทั้ง 18 คน จะต้องบริหารจัดการภายในวัดก่อนให้เสร็จ และ มีความโปร่งใส
ซึ่งในช่วงนี้ ยังไม่ให้เจ้าอาวาสเข้าวัด รอจนกว่าปัญหาความยุติขัดแย้งลดลงจะนำเจ้าอาวาสเข้าวัดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที ส่วนเรื่องทรัพย์สินคณะกรรมการทั้ง 18 คนที่แต่งตั้งโดยเจ้าอาวาส และตัวแทนชาวบ้านจะเข้าดูทรัพย์สินทั้งหมด เมื่อเสร็จตรงนี้แล้วจะเป็นขั้นตอนการทำให้ทุกคนสบายใจ และจะนำเจ้าอาวาสเข้าวัดปกติ
ส่วนปัญหาที่มีการดำเนินคดีกับชาวบ้าน เดี่ยวทาง ตร. คงจะมีคำสั่งมาที่ตรงนี้ ว่าต้องให้ความเป็นธรรมทุกคน ทุกคนไม่มีเจตนาสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนอะไร การเจรจาวันนี้เป็นไปได้ด้วยดี ท่าน สว. อยากให้เรื่องนี้จบ ตัวแทนชาวบ้านอยากให้เรื่องนี้จบวัดกับประชาชนจะต้องอยู่ร่วมกันวัฒนธรรมประเพณีความเป็นอยู่ของชาวบางคลานก็ต้องอยู่สภาวะปกติ เราจะให้น้ำกระเพื่อมน้อยที่สุดและให้ผ่านตรงนี้ไป ส่วนการทำพิธีของหลวงพ่อสฤทธิ์ (อดีตเจ้าอาวาส) จะทำให้สมเกียรติกับการที่ท่านได้ดูแลวัดให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ เดี๋ยวเราจะดำเนินการในส่วนนั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและความศรัทธาของชาวบางคลานต่อไป




