คนขับซวยเจอผู้โดยสารเมาฟาดหัวจนรถชน

คนขับแท็กซี่สุดซวยเจอผู้โดยสารเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง ขู่จะทุบขวดเหล้ามาแทงคอ ก่อนใช้จังหวะเผลอหยิบขวดเหล้ามาฟาดหัวคนขับจนรถเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง คนขับลงมาจะขอความช่วยเหลือกลับเจอตามลงมาทำร้าย เลยสวนหมัดตรงไปน็อกผู้โดยสารสุดป่วนหลับกลางอากาศ
(2 ต.ค. 66) เวลา 01.00 น. ตำรวจ สภ.บางแก้วและเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกันระหว่างคนขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร เหตุเกิดบนถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่องทางคู่ขนาน หลักกิโลเมตรที่ 6 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ
พอเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่ามีผู้บาดเจ็บนอนสลบอยู่บนถนนรายหนึ่ง จึงพากันเข้าปฐมพยาบาลแต่พบว่าอาการสาหัสมีเลือดไหลออกที่รูหู จึงมีการประสานรถพยาบาลกู้ชีพจากโรงพยาบาลใกล้เคียงมาช่วยเหลือ นำตัวส่งต่อไปรักษาที่รพ.สิรินธรตามสิทธิ์การรักษา
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไปพบรถแท็กซี่ สีชมพูคันหนึ่งจอดในลักษณะพุ่งเข้าไปชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง จนได้รับความเสียหาย โดยมี นายพงศกร อายุ 42 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ พร้อมด้วย น.ส.พรพรรณ ภรรยาของนายพงศกร ที่เป็นคนขับรถแท็กซี่อีกคันหนึ่ง
น.ส.พรพรรณเล่าว่า ตนเองขับรถไปเจอกับผู้โดยสารคนดังกล่าวที่ถนนคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ พอขึ้นรถมาก็บอกให้ตนไปส่งที่วัดตากร่ำ ด้วยความที่ตนเป็นผู้หญิง และผู้โดยสารมีอาการเมา พูดจาคนเดียว ตนกังวลเรื่องความปลอดภัยจึงได้โทรบอกให้สามีมาช่วยเปลี่ยนรถไปส่งผู้โดยสารคนดังกล่าวแทนตน
ด้าน นายพงศกร คนขับรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ บอกว่าพอผู้โดยสารขึ้นรถมาก็พูดจาคนเดียวและโวยวายตลอดทาง ซึ่งตนเองก็พยามบอกว่าจะไปส่งให้ถึงที่ ระหว่างทางผู้โดยสารท่านนี้ก็เอ่ยปากขึ้นมาว่าจะทุบขวดเหล้าแทงคอตนเอง ตอนนั้นเริ่มเอะใจแล้ว จึงตัดสินใจแวะปั้มน้ำมันก่อนถึงที่เกิดเหตุเพื่อขอเข้าห้องน้ำ
พอออกจากห้องน้ำมาได้ไม่ไกล ปรากฎว่าผู้โดยสารรายนี้ใช้มือที่กำขวดสุราฟาดทุบมาที่หัวของตนเองหลายครั้งตัดสินใจเอนตัวหลบไปที่เบาะฝั่งซ้ายแล้วปล่อยรถไหลเข้าข้างทางจนพุ่งชนเสาไฟฟ้า จากนั้นตนเองก็เปิดประตูรถลงมาเพือ่ไปขอความช่วยเหลือคนขับรถแท็กซี่ที่จอดด้านหน้า แต่กลับถูกผู้โดยสารรายนี้ตามลงมาจะทำร้ายร่างกายอีก ตัดสินใจชกไปที่หน้าหนึ่งครั้งจนหลับกลางอากาสตนเองจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญคนขับและพยานไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวัน และจะเข้าสอบปากคำผู้โดยสารที่บาดเจ็บอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป




