หนุ่มหลอนยาจี้ลูกเมียในบ้านเริ่มสงบ ตร.แจงยังเอาดำเนินคดีไม่ได้

คืบหน้าเหตุหนุ่มหลอนยาใช้มีอีโต้จี้ลูกเมียไว้ในบ้าน ล่าสุดเริ่มสงบ ปล่อยลูก-เมียแล้ว ทางด้านตำรวจระบุยังดำเนินคดีไม่ได้ เป็นเรื่องในครอบครัว ต้องรอผลตรวจจากแพทย์เพื่อส่งตัวเข้าบำบัด
(28 ธ.ค. 66) จากกรณีที่มีเหตุชายคลุ้มคลั่งทราบชื่อว่านายกบ อายุ 27 ปี ใช้มีดจับลูกสาวอายุ 5 ขวบ และเมียเป็นตัวประกัน ภายในบ้านพักในพื้นที่ ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยนายกบอาละวาดเสียงดัง ทำลายข้าวของ และทุบตีเมียจนแขกหัก ตำรวจได้พยายามเกลี่ยกล่อมนานกว่า 10 ชั่วโมงแต่ไม่เ้ป็นผล
ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้พยายามที่จะเข้าทำการช่วยเหลือแต่เนื่องจากนายกบ ยังถือมีดอีโต้และมีดปอกผลไม้ติดตัวพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายภรรยา และลูกตลอด เพราะเกิดความตึงเครียด เกรงว่าจะถูกตำรวจบุกเข้ามาจับ เจ้าหน้าที่จึงได้สลายกำลังถอยออกมา และเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
นางประภาพร แม่ของนายกบ กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ภรรยาของนายกบ ได้โทรออกมาหาแม่ว่าปวดแขนมาก อยากให้พาไปหาหมอ แต่นายกบ กลับบอกให้แม่ช่วยติดต่อหมอให้หน่อย ตนจึงแจ้งหมอจาก รพ.สต.หนองแก้ว มาช่วยตรวจในบ้าน โดยนายกบ ยอมเปิดประตูให้หมอเข้าไปตรวจ พร้อมบอกหมอว่าจะไม่ทำร้าย โดยห้ามบุคคลอื่นๆ ตามเข้าไป
หลังจากหมอตรวจดูอาการเบื้องต้นแล้ว พบว่ากระดูกน่าจะแตกจากการทำร้ายร่างของนายกบ จึงแนะนำให้พาภรรยาไปหาหมอ เพื่อเข้าเฝือกรักษา ที่ รพ.ศรีสะเกษ โดย รพ.สต.หนองแก้ว จะทำใบส่งตัวให้ ตอนแรก นายกบ อนุญาตให้แม่พาไป แต่พอช่วงสายๆ มา กลับเปลี่ยนใจ โดยแจ้งว่ากลัวแม่ไม่พาเมียตนกลับมาหาตนอีก ซึ่งแม่ดูอาการของลูกแล้ว เชื่อว่ายังไม่หมดฤทธิ์ยาที่เสพ ตายังขวาง ยังพูดจาไม่รู้เรื่อง
อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันนี้ นายกบ ได้เปลี่ยนใจให้พาหมอมาเข้าเฝือกให้ภรรยาที่ในบ้าน ไม่ให้พาไปโรงพยาบาลแล้ว ถ้าหมอไม่มาเข้าเฝือกที่บ้าน ก็ให้ภรรยาตนตายอยู่ที่นี่ ถึงจะเจ็บปวดก็ช่าง ตอนนี้ภรรยาของนายกบ ปวดแขนมาก ซึ่งตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีแผลหรืออะไรขนาดไหน ตอนนี้ นายกบ พูดจารู้เรื่องอยู่ แต่ไม่ยอมปล่อยให้ภรรยาออกมาหาหมอ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นแบบนี้ 2-3 วันก็จะหายไปเอง แต่ก็ไม่เคยอาละวาดอะไร แต่ถ้ามีคนแปลกหน้ามาเยอะๆ ก็จะเริ่มเอะอะโวยวาย
ขณะเดียวกันตอนนี้ นายกบ ได้ยอมให้ทวดเข้าไปพบดูอาการของภรรยาแล้ว และพาหลานออกมาจากบ้านแล้ว และนายกบ ก็ได้ออกมานั่งเฝ้า นั่งบ่นอยู่ที่หน้าบ้าน ตนคิดว่าอาการน่าจะดีขึ้นแล้ว แต่ยังคงค้างอยู่ ส่วนเจ้าหน้าที่ และบรรดาญาติ จะได้เฝ้าดูอย่างห่างห่าง เพราะไม่อยากไปรบกวน เพราะกลัวว่าหากมีผู้คนมาหน้าบ้านเยอะ มาให้นายกบเห็นเยอะๆ เขาจะหวาดระแวง เกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก เพราะนายกบ กลัวถูกตำรวจมาจับตัวไป
พล.ต.ต.พิษณุ วัตถุ ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เบื้องต้น ในทางกฎหมายยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไรแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบความผิด ซึ่งเป็นเรื่องภายในครอบครัว ส่วนกรณีพ่อแม่ประสงค์ให้นำตัวลูกชายเข้าสู่โครงการบำบัดรักษานั้น ต้องรอให้แพทย์เป็นผู้ประเมินอาการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมจะเข้าร่วมตรวจสอบเพื่อร่วมกันให้ความช่วยเหลือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป




