รวบสาวทรงซ้อปล่อยเงินกู้ดอกลอย ร้อยละ 300 ต่อเดือน

รวบสาวทรงซ้อปล่อยกู้ดอกลอย ต้น 6,000 จ่ายดอกวันละ 600 เดือนละ 18,000 วันไหนส่งช้าคิดค่าปรับชั่วโมงละ 50 บาท ลูกหนี้หาเงินก้อนมาคืนไม่ได้ ทนส่งดอกจนยอดทะลุ 2 แสนแล้ว
(11 ม.ค. 67) ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบพบโพสต์ขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ว่าตนไปกู้เงินกู้ดอกลอยมา ได้รับความเดือดร้อนหนัก จึงเด้ติดต่อผู้เสียหายรายดังลก่าวเพื่อให้ความช่วยเหลือ
ผู้เสียหายคนดังกล่าวเล่าว่าตนได้ไปกู้เงินจากหญิงสาวรายหนึ่งที่ปล่อยเงินกู้แบบดอกลอยในเฟซบุ๊ก โดยขอกู้มา 6,000 บาท มีกำหนดให้ส่งดอกวันละ 600 บาท เป็นเวลา 10 วัน เมื่อครบ 10 วันให้ส่งทั้งต้นทั้งดอกคืนเป็นก้อนเดียว แต่ตนไม่มีเงินก้อนคืนทำให้ต้องทนส่งดอกเรื่อยมา ซึ่งข้อกำหนดในการส่งดอกนั้น ตัวเจ้าหนี้กำหนดให้ส่งภายในเวล่ 16.00 น. ของทุกวัน หากเลยเวลาจะถูกคิดค่าปรับชั่วโมงละ 50 บาท ถ้าข้ามวันคิดค่าปรับ 500 บาท ตนส่งมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 65 จนถึง 31 ธ.ค. 66 รวมเวลาประมาณ 1 ปีกับ 1 เดือน ตนส่งดอกไปแล้ว 226,920 บาท
ต่อมา พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 เร่งติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ปราบปรามแก๊งหนี้นอกระบบอย่างเด็ดขาด
จากการลงพื้นที่สืบสวนทราบว่าเจ้าของเฟซบุ๊กที่ปล่อยกู้เป็นเครือข่ายแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกโหดในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งมักมีพฤติกรรมโพสต์ชักชวนให้ลูกค้ามากู้เงินผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเน้นเลือกปล่อยกู้ให้เฉพาะลูกค้าที่เป็นผู้หญิงหน้าตาดีที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชุมพร เนื่องจากสามารถติดตามทวงถามได้ง่ายเพราะลูกค้ากลุ่มนี้กลัวที่จะโดนคุกคามและโพสต์ประจานให้อับอาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัว น.ส.ศิริรัตน์ อายุ 24 ปี ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ถนนประชาราษฎร์ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้, ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต” และตรวจยึดของกลางเป็นเอกสาร และแชตหลักฐานเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินนอกระบบอีกหลายรายการ
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าได้ทำมาประมาณ 1 ปีแล้ว โดยกู้เงินจากแหล่งอื่นเพื่อมาปล่อยกู้ดอกโหดอีกทอดหนึ่ง จากหลักฐานพบว่ามีลูกค้าตกเป็นเหยื่ออีกนับร้อยราย นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าผู้ต้องหาเคยโดนดำเนินคดีกรณีที่นำภาพถ่ายลูกค้าที่ไม่ยอมคืนเงินไปติดประจานในหมู่บ้านอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป




