เทอร์มินัล21โคราช เข้ม! ตั้งเครื่องตรวจโลหะทุกประตู

เทอร์มินัล21โคราช เข้ม! ตั้งเครื่องตรวจโลหะทุกประตู

ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช วางมาตรการเข้ม ตั้งเครื่องสแกนวัตถุระเบิด-ปืน ประตูทางเข้าห้างทุกจุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าที่มาช้อปปิ้ง ขณะที่ชาวโคราช กังวลคนมีปืนเกลื่อนเมือง หวั่นเกิดเหตุกราดยิงซ้ำ จี้รัฐบาลเร่งแก้กฎหมายครอบครองปืนให้น้อยลง

(4 ต.ค. 66) จากเหตุกราดยิงในห้างสยามพารากอน กทม. เมื่อช่วงเย็นวานนี้(3 ต.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกอีกครั้ง ซ้ำรอยเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 63 ซึ่งขณะนั้นทำให้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากถึง 31 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย กลายเป็นเหตุการณ์กราดยิงครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทยและของโลก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ห้างเทอร์มินัล 21 โคราช พบว่ามีการวางมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ของห้างฯ นำเครื่องสแกนโลหะวัตถุระเบิดและอาวุธปืน มาติดตั้งตามจุดประตูทางเข้าทุกจุด รวม 7 จุด พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่จุดละ 3 นาย และมีเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนโลหะแบบพกพา คอยสแกนกระเป๋าของประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาภายในห้างทุกคนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาท่องเที่ยวและช้อปปิ้งภายในห้าง

จากการสอบถาม น.ส.สรารัตน์ อายุ 23 ปี หนึ่งในประชาชนที่มาเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทราบข่าวเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร ตนเองก็ยังรู้สึกกังวลใจ และไม่ค่อยมั่นใจมากนักในการมาเดินห้าง แต่วันนี้มีความจำเป็นต้องมาทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งเป็นจุดที่เคยเกิดเหตุกราดยิงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ถึงอย่างไรก็ตามทางห้างฯ ก็ได้มีการวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด โดยการนำเครื่องสแกนวัตถุระเบิดและอาวุธปืนมาติดตั้งทุกจุดประตูทางเข้า ก็ทำให้มีความอุ่นใจในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ตนเองกังวลคือการป้องกันที่ปลายเหตุเช่นนี้ช่วยอะไรไม่ได้มาก ควรมีการวางมาตรการเรื่องกฎหมายครอบครองอาวุธปืนให้เข้มงวด เพราะทุกวันนี้บ้านเมืองเรามีคนครอบครองอาวุธปืนมากขึ้นต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าวันใดคนเหล่านั้นจะใช้อาวุธปืนที่มีมาก่อเหตุกราดยิงอีกหรือไม่

ด้านนายเอกศักดิ์ อายุ 65 ปี ลูกค้าที่พาครอบครัวมาเดินห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กล่าวว่า ตนเองเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์กราดยิงเมื่อปี 63 ซึ่งขณะนั้นสามารถวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาได้ด้วยความระทึก เมื่อได้ยินข่าวว่าเกิดเหตุกราดยิงในห้างอีก ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที ส่วนการวางมาตรการป้องกันด้วยเครื่องสแกนโลหะทางเข้าห้าง ก็ทำให้คนรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่เป็นแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

ถ้าคนจะก่อเหตุเขาคงจะไม่มายืนรอให้ตรวจแบบนี้แน่ เพราะทุกวันนี้คนมีปืนกันมาก อยากให้ไปแก้ไขปัญหาการครอบครองปืนที่เป็นต้นเหตุมากกว่า ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเหตุกราดยิงในห้างสยามพารากอน กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มารค์ของการท่องเที่ยวไทย จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเป็นอย่างมาก ตอนนี้คนที่จะเข้ามาเที่ยงคงต้องคิดหนักแน่ๆ ว่าจะมาเที่ยวประเทศไทยดีหรือไม่ จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องกฎหมายการครอบครองปืนอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์กราดยิงลักษณะเช่นนี้ขึ้นซ้ำอีก

ทั้งนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้บริหารห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เดอะมอลล์ โคราช, เทอร์มินอล 21 โคราช และ เซ็นทรัลพลาซ่าโคราช รวมทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดกลางอีกหลายแห่งในพื้นที่ เพื่อเข้าประชุมที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ในวันศุกร์ที่ 6 ต.ค.นี้ เพื่อหารือวางแผนการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าซ้ำอีก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง