หนุ่มใหญ่ทำทีขออุปการะ สบโอกาสขยี้กามเด็กหญิง 14 ปี

ข่าวเวิร์คพอยท์
หนุ่มใหญ่ทำทีขออุปการะ สบโอกาสขยี้กามเด็กหญิง 14 ปี

หนุ่มใหญ่ทำทีขออุปการะเด็กยากไร้ก่อนสบโอกาสขยี้กาม เหยื่ออายุ 14 ยังผวา ไม่คิดคนเคยนับถือเป็นพ่อจะทำได้ลงคอ หลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือแล้ว ตำรวจเตรียมเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวติดตามกรณี แม่พาเด็กหญิงอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความกล่าวหาพ่อบุญธรรมล่วงละเมิดทางเพศ จนสำเร็จความไคร่ 1 ครั้ง กระทั่งแม่เด็กสังเกตเห็นความผิดปกติ เค้นถามจนทราบความจริง ก่อนพาลูกสาวแจ้งความและตรวจร่างกายเป็นหลักฐานไว้แล้ว หลังเกิดเหตุเด็กหญิงมีสภาพซึมเศร้า และเครียดหนักจนอาเจียน ต้องกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ล่าสุดตำรวจยังอยู่ในระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและญาติ เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุและติดตามตัวมาดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับนางแพ (นามสมมุติ) ชาวตำบลปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มารดาของผู้เสียหาย และ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี โดยมารดาของผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกๆ 5 คน เป็นผู้หญิง 3 คน และผู้ชาย 2 คน และเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ตนได้รู้จักกับนายอำพล (นามสมมุติ) อายุประมาณ 50 กว่าปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถในธนาคารรัฐแห่งหนึ่ง 

ตนต้องไปทำธุระที่ธนาคารบ่อย บางครั้งก็มีลูกๆติดตามไปด้วย นายอำพล จึงได้เข้ามาพูดคุยซักถาม โดยบอกว่าเด็กน่ารักดี และเข้ามาพูดคุยเรื่อยๆ กระทั่งก่อนหน้านี้ประมาณปีกว่า ก็มาขอรับเป็นพ่อบุญธรรมของเด็กๆ เพราะเห็นตนดูแลลูกคนเดียว ก็เลยสงสาร อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ ตนก็เลยตกลงยินยอม เพราะเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคย โดยนายอำพล จะคอยไปรับส่งเด็กเวลากลับจากโรงเรียนต่างอำเภอ และจะคอยดูแลค่าใช้จ่ายตอนที่เด็กขาดเงิน ครั้งละ 500-1,000 บาท แต่เด็กก็ขอไม่บ่อย 

หนุ่มใหญ่ทำทีขออุปการะ สบโอกาสขยี้กามเด็กหญิง 14 ปี

แม่เด็กผู้เสียหาย เล่าอีกว่า กรณีที่พาน้องบี ลูกสาวคนกลาง อายุ 14 ปี เดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ก็เพราะ เมื่อเช้าวันที่ 11 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตนจะกลับไปส่งลูกสาว กลับไปโรงเรียนกินนอนต่างอำเภอ สังเกตุว่าลูกสาวมีท่าทีแปลกไป ไม่ร่าเริงสดใสเหมือนเคย ท่าทางเหมือนคนไม่ได้นอนหลับ จึงพยายามสอบถามกับลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกลูกสาวก็ไม่ยอมเล่า แต่พอคาดคั้นหนักเข้า ลูกก็เลยยอมบอกว่า โดนพ่อบุญธรรมข่มขืนกระทำชำเรา จนสำเร็จความไคร่ 

เมื่อตนทราบเรื่อง ได้ไปสอบถามกับนายอำพล แต่ยังไม่ยอมรับ และให้ลูกสาวตน บอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพยายามบ่ายเบี่ยงว่าติดธุระต้องรีบไป จากนั้นตนจึงพาลูกสาวไปแจ้งความ และตำรวจก็เลยให้ไปตรวจร่างกายมาประกอบการแจ้งความ 

และหลังจากตรวจร่างกายกลับมาอยู่บ้าน ลูกสาวก็ยังมีอาการเครียดหนักจนอาเจียนออกมา จนต้องพาลูกกลับไปที่ รพ.ประจำอำเภอข้างเคียง เพื่อให้หมอดูอาการ นอกจากนี้ หลังจากที่ตนไปแจ้งความ นายอำพล ก็ยังส่งไลน์มาอธิบายว่า ไม่ได้ทำอะไรเด็ก หลังเกิดเรื่องนายอำพลบอกว่าเครียดจนนอนไม่หลับ และถามว่า ตนยังจะให้เขาดูแลเด็กๆต่ออยู่หรือเปล่าอีกด้วย

"ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ถึงเขาจะเคยมีบุญคุณกับครอบครัว แต่การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" แม่ของเด็กสาวอายุ 14 กล่าว

ด้าน ด.ญ.บี เล่าว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาว ตนเลยกลับมาที่บ้าน และพ่อบุญธรรม (นายอำพล)ได้พามาเที่ยวที่บ้าน โดยครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เคยไป โดยช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังเล่นแช็ตไลน์กับเพื่อนชายคนสนิท พ่อบุญธรรมก็เข้ามาในห้อง และถามว่า ทำอะไรอยู่ทำไมยังไม่ยอมนอน พอตนบอกว่ากำลังคุยกับเพื่อนชายอยู่ นายอำพลก็เข้ามาบีบบังคับให้ตนส่งข้อความกลับไปหาเพื่อนชาย ประมาณว่ามีเงินให้หรือเปล่า ส่งเงินมาให้ได้หรือเปล่า 

เมื่อคุยเสร็จ นายอำพลก็เขวี้ยงมือถือตนทิ้ง และเข้ามาถอดเสื้อผ้าและใช้กำลังทำอนาจารจนสำเร็จความไคร่ 1 ครั้ง ตอนตนขอโทรศัพท์คืน นายอำพลก็บอกว่า ถ้าคืนโทรศัพท์ให้ก็ห้ามบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้คนอื่นรู้เด็ดขาด แต่พอพ่อบุญธรรมออกจากห้องไป ตนก็แช็ตเล่าให้เพื่อนฟัง จากนั้นเพื่อนก็ไปแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบ 

"ไม่คาดคิดว่าพ่อบุญธรรมจะลงมือทำแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาถึงจะเคยมีการจับมือโอบไหล่กันบ้าง แต่ก็คิดว่าตามประสาผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็ก แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าวก็เลยผวา ไม่กล้ากลับไปเจออีก" ด.ญ.บี กล่าว

หนุ่มใหญ่ทำทีขออุปการะ สบโอกาสขยี้กามเด็กหญิง 14 ปี

การประสานการช่วยเหลือในเหตุการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ครูผู้สอน ได้รับแจ้งเหตุจากเพื่อนเด็กผู้เสียหาย ทางครูก็โทรประสานทีมงาน ส.ส.ในพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้น จึงติดต่อมาหาแม่เด็ก และนำไปสู่การแจ้งความกับเตำรวจดังกล่าว ซึ่งหลังจากเข้าสู่กระบวนการแจ้งความ ก็มีหลายหน่วยงานได้ให้ความสนใจและติดต่อให้ความช่วยเหลือ ทั้งทีมงานพรรคก้าวไกล มูลนิธิเพื่อสันติภาพ 

แต่ล่าสุด ทางเด็กสาวได้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิน้องหญิง ซึ่งเป็นเครือข่ายของทาง พมจ.เชียงราย และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ในส่วนของผลการตรวจร่างกาย แพทย์จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 สัปดาห์

ตำรวจ จะรอผลสอบพยานหลักฐาน และผลสอบของสหวิชาชีพมาประกอบ เพื่อออกหมายเรียกผู้ที่ถูกพาดพิง มาเข้ากระบวนการสอบสวนตามกฏหมายต่อไป  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง