จับป้าปุ๊ก “หมอยาบ้า” ยึด 41 เม็ด อ้างเสพแก้ปวดขา-ขายแรงงาน

จับป้าปุ๊ก “หมอยาบ้า” ยึด 41 เม็ด อ้างเสพแก้ปวดขา-ขายแรงงาน ยันเข็ดแล้ว ขอสาบานว่าจะไม่ทำอีก ร่ำไห้กลัวตายในคุกและไม่ได้เห็นหน้าลูกผัว
(28 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (27 ก.ค. 69) พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ธนะกิจไพโรจน์ ผกก.สภ.ศรีธาตุ และ พ.ต.ท.หญิง จุฑารัตน์ ดำเวียงคำ รอง ผกก.สส.สภ.ศรีธาตุ สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ ไชยสิทธิ์สกุล สว.สส.สภ.ศรีธาตุ นำกำลังตำรวจสืบสวน ชุด “ขุนศึก” เข้าตรวจค้นจับกุมตัว นางกรรณิกา หรือป้าปุ๊ก “หมอยาบ้า” อายุ 62 ปี ที่ ม.7 บ.กุดน้ำใส ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี หลังสืบทราบว่าป้าปุ๊กมีพฤติกรรมเสพและลักลอบขายยาบ้าให้กับผู้ใช้แรงงานอยู่ที่บ้านพัก
บริเวณที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียว และพบป้าปุ๊กนั่งอยู่บนเตียงนอนภายในห้อง ตำรวจจึงแสดงบัตร ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 41 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้ตู้เย็นภายในห้องนอน บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด-ดึงเปิด ป้าปุ๊กยอมรับว่าเป็นยาบ้าของตนจริง และเพิ่งเสพไป 1 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการปวดขาและโรคประจำตัวหลายโรคที่รุมเร้า เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาโรงพัก ตรวจสอบปัสสาวะพบมีผลเป็นบวก (ฉี่สีม่วง) จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจสืบสวน สภ.ศรีธาตุ ออกกวาดล้างยาเสพติด จับกุมกลุ่มผู้เสพที่เป็นผู้ใช้แรงงานรับจ้างดำนา ปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง กรีดยางพารา และตัดอ้อย ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เพื่อนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาและขยายผลจับกุมผู้ค้ายาบ้าในพื้นที่ให้หมดไป ซึ่งกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากป้าปุ๊ก เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมพร้อมของกลางมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ห้องสืบสวน สภ.ศรีธาตุ พบกับป้าปุ๊ก ซึ่งให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ติดเสพยาและเป็นผู้ค้ารายย่อยมานานกว่า 10 ปี เกิดขึ้นหลังจากตนประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบิ๊กไบค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาหักหลายท่อน ต้องรักษาด้วยการดามเหล็กและพักฟื้นอยู่นานนับปี ทำให้ขาลีบ มีอาการปวดทรมานเวลาอากาศเย็นหรือเดินผิดจังหวะ กินยาก็ไม่หายปวด จึงลองเสพยาบ้าดูแล้วพบว่าช่วยบรรเทาอาการปวดได้มาก จึงเสพเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันวันละ 1-2 เม็ด
เมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีรายได้มาจุลเจือครอบครัว ช่วยสามีที่ทำงานรับจ้างทั่วไปและหาปลาที่ลำน้ำปาวมาขาย เพื่อเลี้ยงดูตนเองและลูกชายบุญธรรมอีก 1 คน จึงต้องรับยาบ้ามาขายเพื่อเอาส่วนต่างกำไรมาช่วยสามี และทำให้ตนเองมียาบ้าไว้เสพด้วย โดยรับซื้อมาจากวัยรุ่นในหมู่บ้านครั้งละ 50 เม็ด ในราคา 1,000 บาท (ตกเม็ดละ 20 บาท) แล้วนำมาขายต่อในราคาเม็ดละ 50 บาท หรือซื้อ 3 เม็ด 100 บาท ทีแรกใช้วิธีเชื่อมาก่อนแล้วผ่อนส่งทีหลัง จนเริ่มมีทุนซื้อด้วยเงินสด
ลูกค้าส่วนมากเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันและเป็นผู้ใช้แรงงานรับจ้างทำนา ตัดอ้อย ปลูกและกู้มันสำปะหลัง มาซื้อยาบ้ากับตนที่บ้านพัก ซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วอายุระหว่าง 50-70 ปี มีทั้งชายและหญิง เพราะเสพแล้วจะทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ทำงานได้อึดทนนาน แต่ตนจะไม่ขายให้เด็กหรือเยาวชนเด็ดขาด เพราะกลัวเสียอนาคต หรือเกิดอาการหลอน คุ้มคลั่ง เสียสติ ทำร้ายคนในครอบครัว ทุกคนที่มาซื้อยาบ้ากับตนต่างสงสารและรักตนที่ไม่มีรายได้ จึงมาอุดหนุนและตั้งฉายาให้ตนว่า “หมอปุ๊ก เภสัชกรยาบ้า”
นอกจากนี้ ปัจจุบันตนยังมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรค ทั้งความดัน เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด สะเก็ดเงิน และโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เวลาไปหาหมอก็ต้องใช้ไฟฟ้าจี้เพื่อกระตุ้น แต่พอเสพยาบ้าเข้าไป โรคเหล่านี้กลับบรรเทาลง ร่างกายกระชุ่มกระชวย เดินเหินดีขึ้นกว่าเดิม จึงเสพมาตลอด ทั้งนี้เมื่อปี 2558 ตนเคยถูกจับกุมข้อหาเสพและครอบครองยาบ้า 29 เม็ด ติดคุกอยู่ 5-6 เดือน พ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็หวนกลับมาเสพและขายอีก กระทั่งถูกจับกุมอีกครั้ง ส่วนรายได้ในปัจจุบันมาจากบัตรคนพิการ ผู้สูงอายุ และบัตรคนจน เนื่องจากไม่ถูกตัดสิทธิ์เหมือนคนอื่น
“ตนขอสัญญาว่าหากพ้นโทษออกมาจะเลิกเสพเลิกขายยาบ้าแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว เข็ดแล้ว กลัวไม่ได้เห็นหน้าผัวและลูกบุญธรรมเพราะรักพวกเขามาก และกลัวจะตายในคุกโดยไม่ได้เห็นหน้ากันอีก ตนถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ขอชดใช้กรรมและขอโทษสังคมที่ทำแบบนี้ ขอสาบานว่าจะไม่ทำอีก จนป่านนี้ลูกผัวก็ยังไม่มาเยี่ยม สงสัยสามีคงทำงานยังไม่เสร็จ” ป้าปุ๊กกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมชูมือขวาขึ้นยกปลายนิ้วจรดปลายคิ้วคล้ายการปฏิญาณตนของทหาร ตำรวจ และลูกเสือ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวป้าปุ๊กไปห้องควบคุม โดยต้องช่วยกันพยุงตัวลงบันไดเนื่องจากขาขวาของป้าลีบ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงลูกค้ายาบ้าที่บอกว่ารักและสงสารป้า ว่ามีใครมาเยี่ยมบ้างหรือยัง ซึ่งป้าปุ๊กตอบทิ้งท้ายว่า “ไม่เห็นหัวสักคน แม้แต่ลูกผัวก็ยังไม่เห็นหน้าเลย”




