วงจรปิดนาทีชีวิต พ่อคว้าลูกหลบรถเมล์พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เผยไม่คิดว่าจะรอดตายหวุดหวิด

รถเมล์เบรกแตกพุ่งต้นไม้ข้างทาง สองพ่อลูกรอดตายหวุดหวิด คว้าลูกวิ่งหนีทัน เผยไม่ว่าจะรอดตาย
(18ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาเกิดเหตุรถประจำทาง(เอกชน) สาย 46 วิ่งระหว่าง ม.รามคำแหง 2 - สี่พระยา เสียหลักพุ่งชนข้างทางทับจยย. เหตุเกิดบนถนนสี่พระยา มุ่งหน้าไปทางสี่แยกมหานครสี่พระยา แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม.
จากภาพวงจรปิด ทั้ง 2 มุม พบว่ารถจยย. สองพ่อลูกจอดอยู่บนทางเท้า พร้อมกับจยย.ไรเดอร์ส่งอาหาร ก่อนที่รถประจำทางคันดังกล่าวได้พุ่งชนปีนทางด้วยความเร็วสูง กวาดต้นไม้ข้างทางไป 2 ต้น เคราะห์ดีที่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งสองพ่อลูกกระโดดหลบออกมาได้ทัน ส่วนไรเดอร์ขี่จยย.ออกไปได้ทัน ขณะที่ร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ
นายสงกรานต์ อายุ 48 ปี เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนกับลูกชายกำลังขี่จยย.กลับบ้าน พอมาถึงจุดเกิดเหตุรถเกิดเสียจึงนำรถขึ้นมาจอดและพยายามโทรเรียกญาติให้มารับ โดยในระหว่างนั้น ตนกับลูกก็นั่งรอคอยอยู่แถวบริเวณจยย.ผ่านไปประมาณไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ยินเสียงคล้ายเหล็กขูดกับทางเดินเท้า ก่อนจะเห็นว่ารถประจำทางขับชิดข้างทางมุ่งหน้ามาทางตน
"รีบคว้าลูกชายวิ่งออกมาจากรถจยย.ไม่ถึงเสี้ยววินาที รถเมล์คันดังกล่าวก็พุ่งชนต้นไม้ 2 ต้น และพุ่งชนรถของตนเอง โดยที่ตนและลูกไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ตนและลูกรู้สึกตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่นึกว่าตัวเองจะรอดตายอย่างฉิวเฉียดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนค่าเสียหายรอให้ทางประกันภัยของรถเมล์ประเมิน" นายสงกรานต์ กล่าว
ด้าน คนขับรถประจำทางคันเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะนั้นตนกำลังขับรถมาด้วยความเร็วปกติ มุ่งหน้าจากท่ารถสี่พระยาไปยังปลายทาง ม.รามคำแหง 2 แต่ปรากฏว่าเบรกใช้การไม่ได้ จึงพยายามขับชิดขอบทางเพื่อให้ชะลอความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง
"ยืนยันรถคันนี้ก่อนนำมาให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตรวจเช็กสภาพรถและเบรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่รถคันดังกล่าวตนไม่ได้ขับประจำ เป็นเพียงคนขับรถอะไหล่เท่านั้น จึงไม่คุ้นชินกับรถคันนี้ และตนไม่ได้ดื่มสุราก่อนขับรถแต่อย่างใด" คนขับรถประจำทาง กล่าว
เบื้องต้นจากการตรวจสอบสภาพรถคาดว่าเกิดจากลมเบรกมีปัญหาเลยทำให้รถเสียหลัก ส่วนตัวคนขับรถประจำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้นำตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว ไม่พบค่าแอลกอฮอล์แต่อย่างใด และได้เรียกปรับจำนวน 1,000 บาท ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของราชการได้รับความเสียหาย




