แค่ช่วยลูกสาวยกของ “พ.ต.ท.คอลเซ็นเตอร์” ปัดไม่รู้เกี่ยวกับแก๊ง

ข่าวเวิร์คพอยท์
แค่ช่วยลูกสาวยกของ “พ.ต.ท.คอลเซ็นเตอร์” ปัดไม่รู้เกี่ยวกับแก๊ง

“พ.ต.ท.คอลเซ็นเตอร์” ปฏิเสธไม่ใช่หัวหน้าแก๊ง แค่ช่วยลูกสาวจัดหาสถานที่และยกของ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ตำรวจตั้งกรรมการสอบเตรียมให้ออกจากราชการ

(20 ก.ค. 67) จากกรณีการบุกเข้าตรวจค้นจุดติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ SIMBOX ในพื้นที่ ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่  ที่กลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน นำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และสืบทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวมีหัวหน้าแก๊งเป็นตำรวจ คือ พ.ต.ท.บัณฑิต สังกัด สภ.หางดง จ.เชียงใหม่า โดยที่มีลูกของ พ.ต.ท.บัณฑิต เป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย

ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัว พ.ต.ท.บัณฑิต ที่ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง หลังจากที่ พ.ต.ท.บัณฑิต ได้โทรติดต่อมาว่าจะขอเข้เามอบตัวในวันจันทร์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกัน ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต  ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม”

ต่อมาทางพล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5  พร้อมคณะสอบสวนได้เดินทางมาที่สภ.ช้างเผือก และทำการนำตัวพ.ต.ท.บัณฑิต มาสอบสวนปากคำ อีกครั้งด้วยตัวเอง  การสอบปากคำใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

พล.ต.ต. วีรชน ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นพ.ต.ท.บัณฑิต  รับว่าได้ร่วมกระทำในคดีนี้ในส่วนแค่ช่วยยกของ และดูให้ลูก โดยเครื่องดังกล่าวกลุ่มเพื่อนลูกประสานกับล่ามและหัวหน้าแก๊งคือคนจีน นำเครื่องมาตั้งไว้ โดยเพิ่งตั้งได้เดือนเศษ ตนไม่ทราบว่าคือเครื่องอะไรทำงานอย่างไรและไม่รู้อะไรกับธุรกิจนี้เลย ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ทราบ รวมทั้งไม่ได้รับค่าตอบแทนใดใดเลย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วีรชน ระบุว่าการขอหมายจับและจับกุมในครั้งนี้เป็นเพราะทางตำรวจได้รับหลักฐานจากลูกสาวของผู้ต้องหา เป็นคลิปภาพการที่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้พบกับนายทุนชาวจีนที่มาร่วมลงทุน และพากันไปหาสถานที่ มีคลิปมีภาพตอนอยู่ด้วยกันและหลักฐานอื่น ๆ ที่ลูกสาวส่งมาให้ตำรวจ

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเท่าที่สอบปากคำ ผู้ต้องหา ทราบว่าลูกของผู้ต้องหาได้รับการติดต่อจากคนจีนที่อยู่ฝั่งประเทศประเทศเมียนมา ให้นำเครื่องที่ใช้ในการก่อเหตุเข้ามาวางในเชียงใหม่  โดยลูกของผู้ต้องหาได้มาขอให้ผู้ต้องหาช่วยวางและช่วยขนของ ซึ่งการเป็นตำรวจต้องทราบอยู่แล้วว่าสิ่งพวกนี้ผิดกฎหมายและไม่สมควรทำ และหลักฐานว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้ออกหมายจับคุมตัวมาดำเนินคดี ตอนนี้อยู่ในระหว่างการออกหมายจับคนที่สั่งการและคนประสานงานที่นำเครื่องก่อเหตุเข้ามา และอย่างน้อยน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการสัก 3 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อกระทำความผิดเราก็เร่งออกหมายจับเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับการกระทำผิดหากพบว่าการกระทำผิด ก็อยู่ในขั้นตอนต่อไปว่าจะปลดออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งจะดำเนินการในเร็ววันนี้ เท่าที่ดูข้อมูลทั้งหมดยังไม่มีนายตำรวจคนอื่นๆเข้าไปเกี่ยวข้อง นี่เป็นการกระทำผิดเฉพาะตัวลูกและครอบครัว ส่วนรายละเอียดการขยายผลคดีนี้เราก็พบผู้เกี่ยวข้องในคดีอีกหลายคนซึ่งจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป ผบก.เชียงใหม่ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง