2 หมื่นครอบครัวไร้ไฟฟ้าใช้ วอนรัฐปลดล็อกกฎหมายช่วยเหลือ

ชาวกาญจนบุรีรวมตัวเรียกร้องรัฐบาลปลดล็อกกฎหมายเพื่อช่วยแก้ปัญหา หลังมีชาวบ้านกว่า 20,000 ครัวเรือนทั่วจังวัดไม่สามารถขอใช้ไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยได้ เพราะปลูกบ้านบนที่ดินของรัฐ เผยที่ดินทั้งจังหวัดเกิน 70% เป็นของรัฐทั้งหมด ชาวบ้านไร้เอกสารสิทธิ์แม้บางหมู่บ้านอยู่มานานเป็น 100 ปี
(25 ก.ย. 66) ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ร.ต.สำราญ วงษ์น้อย พร้อมด้วยตัวแทนประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดกาญจนบุรี รวมตัวยื่นหนังสืถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายนายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ขอให้ช่วยแก้ปัญหาชาวบ้านกว่า 20,000 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากปลูกบ้านในที่ดินของรัฐ ไม่มีเอกสารสิทธิ์
จากเอกสารที่นำมายื่นระบุว่ามีประชาชนชาวกาญจนบุรีกว่า 20,000 ครัวเรือน ต้องเดือดร้อนจากมติคณะรัฐมนตรีปี 2546 ที่กำหนดว่าชาวบ้านรายใดี่ปลูกบ้านบนที่ดินของรัฐ ต้องมีหนังสือยินยอมจากส่วนราชการเจ้าของพื้นที่ถึงจะขอใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้ ทำให้มีประชาชนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าใช้มาตั้งแต่ปี 2559 ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่บนที่ดินผืนดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนปี 2546 แล้วก็ตาม
โดยทางกลุ่มตัวแทนระบุอีกด้วยว่าแม้จังหวัดกาญจนบุรีจะมีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ แต่ที่ดินทั้งหมดกว่า 70% เป็นที่ดินของหน่วยงานรัฐ ชาวบ้านหลายร้อยหมู่บ้านต้องปลูกบ้านและทำกินบนที่ดินดังกล่าวโดยที่ไม่มีสิทธิ์ออกเอกสารสิทธิ์ หลายหมู่บ้านเป็นชุมชนที่ลงหลักปักฐานกันมานานกว่า 100 ปี แต่ชาวบ้านไม่สามารถมีความมั่นคงด้านที่ยู่อาศัยและที่ดินทำกินได้ ที่ผ่านมามีปัญหากระทบกระทั่งรวมถึงถูกแจ้งความดำเนินคดีจากหน่วยงานรัฐอยู่เนืองๆ การขอใช้สาธารณูปโภคต่างๆ ก็ทำไม่ได้ จึงอยากขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ด้วย
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตัวแทนชาวบ้านผู้เดือดร้อนเคยยื่นหนังสือต่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือ หมอหนุ่ย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มาลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยมี สส.กาญจนบุรีทั้ง 3 เขตร่วมเป็นสักขีพยาน




