ตำรวจเร่งตามเจ้าอาวาสวัดดังหอบเงินกฐินหนีหาย

เจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาสวัดดังเมืองขุนแผน หอบเงินกฐินกว่า 7 แสนบาทหนีหาย พบยืมเงินบำรุงวัดของชาวบ้าน 38 รายมากกว่า 4 ล้านบาทไปด้วย
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวราบงานว่า เจ้าหน้าที่การเงินของวัดบางปลาหมอ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่วัดแห่งหนึ่งจัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ได้ยอดเงินกว่า 7 แสนบาท ซึ่งต่อมาเจ้าอาวาสและมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบล ได้นำเงินไปฝากธนาคารสาขาสุพรรณบุรี ซึ่งปกติต้องนำเงินเข้าบัญชีของวัด
กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 17 พฤศจิกายน ทางคณะกรรมวัดได้ตรวจสอบยอดเงิน โดยนำสมุดบัญชีของวัด ไปปรับดูยอดเงิน ปรากฏว่า ไม่มียอดเงินกฐินเข้าบัญชีวัด จึงพายามติดต่อเจ้าอาวาส แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เชื่อว่า เจ้าอาวาสน่าจะเอาติดไปด้วย ทางคณะกรรมการวัด จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ช่วยติดตามตัวเจ้าอาวาสมาสอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธัชชัย ทิพเนตร ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและพฤติกรรมทั้งหมดโดยละเอียด รวมทั้งเส้นทางการเงินเข้าในบัญชีของวัด และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จากนั้น จะมาดูว่าเข้าข้อกฎหมายในเรื่องใดบ้าง อีกส่วนหนึ่ง จะพยายามติดตามเจ้าอาวาส เพื่อมาให้การ จากที่เจ้าหน้าที่การเงินของวัดได้กล่าวหา ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไง โดยจะดำเนินการไปพร้อมๆกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนในการวางมาตรฐาน และแนวทางควบคุมเงินทำบุญ สำหรับวัดอื่นๆที่ต้องมีความรัดกุมด้วย
"จริงๆเราก็อยากทราบสาเหตุ ที่ท่านหลบไป ไม่ติดต่อ เพราะเหตุอะไร และเดี๋ยวมาดูข้อกฎหมายอีกที อันนี้จะเป็นบทเรียนให้อีกหลายๆวัด ในส่วนของกระบวนการควบคุมติดตาม การตรวจสอบขอให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น เราเข้าใจพุทธศาสนิกชนที่นำเงินมาทำบุญให้วัด แล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ เข้าใจความรู้สึก ดังนั้น แต่ละวัดจะทอดกฐินหรือทำบุญ ขอให้วางมาตรฐาน แนวทางการควบคุม ให้มีความรัดกุมมากขึ้น"

เจ้าหน้าที่การเงินของวัดฯ คือ นายฉลอง วงษ์จันทร์ เป็นข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า อยากให้เจ้าอาวาสดังกล่าวนำเงินกฐินมาคืน และชาวบ้านที่ถูกยืมเงินไปก็อยากได้เงินคืน ทั้งหมด 38 คน เป็นยอดเงิน 4 ล้านกว่าบาท ซึ่งเมื่อก่อนเจ้าอาวาสไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับทางการเงินเลย เป็นเจ้าอาวาสมา 8 ปี สร้างและปรับปรุงวัดหลายอย่าง ทั้งสร้างหอสวดมนต์ ชาวบ้านทุกคนต่างศรัทธา ช่วงโควิด 19 ระบาด ก็ช่วยสังคม ศพผู้ป่วยโควิด ก็มาเผาที่วัดบางปลาหมอ แต่มาปีนี้อยู่ๆก็หนีไปเลย
นายฉลอง ย้ำว่า ถ้าเจ้าอาวาสฟังข่าวอยู่ ก็อยากให้เอาเงินมาคืน ตอนนี้ทางวัดมีหนี้สิน แค่ค่าไฟอย่างเดียวถึง "หมื่นกว่าบาท" ไม่ทราบว่าเจ้าอาวาสนำเงินไปแบบนี้ด้วยสาเหตุอะไร ถามคนบางปลาหมอ ก็บอกไม่น่าเชื่อ ว่าหนีไปแบบนี้ได้อย่างไร ไม่มีวี่แววอะไรเลย ซึ่งตนไม่ได้ไปคลุกคลีกับเจ้าอาวาสทุกวัน นอกจากจะไปเบิกเงิน ทุกปีจะมีเจ้าที่ของธนาคารกรุงไทย เอาเครื่องนับเงินมานับที่วัดเลย แต่ปีนี้ไม่มี ให้เจ้าอาวาสนำเงินไปฝากเข้าบัญชี
ขณะที่บรรยากาศภายในวัดบางปลาหมอ เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงพระลูกวัดและคณะกรรมการบางรายมาอยู่ที่วัดเท่านั้น




