รวบอดีตเจ้าหน้าที่เรือนจำ โกงเงินผู้ต้องขังพันราย รวมยอดเงินเกือบ 3 ล้าน

อดีตเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครสวรรค์ ระดับซี 7 โกงเงินผู้ต้องขังพันราย ทั้งเงินฝาก-เงินสวัสดิการ ยอดรวมร่วม 3 ล้าน หนีคดีนาน 10 ปี ก่อนถูก ปปป.รวบตัวได้ในที่สุด
(26 ธ.ค. 66) พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผกก.4 บก.ปปป.) พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่สืบสวน หลังทราบว่าที่บริษัทลีสซิ่งแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร มีผู้ต้องหาหลบหนีคดีมานานนับ 10 ปี มากบดานอยู่
โดยผู้ต้องหารายนี้คือ นางมทิรา อายุ 45 ปี เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครสวรรค์ ระดับขั้นสุดท้ายก่อนตกเป็นผู้ต้องหาคือ ซี 7 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ที่ จ. 116/2566 ในคดีที่นางมทิราได้โกงเงินจากผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ทั้งเงินฝากและเงินสวัสดิการร้านค้า รวมยอดเกือบ 3 ล้านบาท
โดยนางมทิราได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ของตนเองที่รับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินมานานกว่า 20 ปี เมื่อมีญาติของผู้ต้องขังมาฝากเงินให้ ก็จะออกใบเสร็จปลอมให้ผู้ต้องขัง แล้วรายงานตัวเลขเงินฝากน้อยกว่าที่ได้รับมา เพื่อยักยอกเงินส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง ทางด้านญาติผู้ต้องขังก็ไม่เอะใจเพราะได้เยี่ยมผู้ต้องขังเพียงเดือนละครั้ง จึงไม่รู้ว่าเงินถูกยักยอกไป
จนเมื่อเรื่องแดงนางมทิราจึงได้หลบหนี โดยบอกกับทางบ้านว่าหากมีหมายใดมาไม่ต้องติดต่อมาหา เพื่อไม่ให้ถูกตามเจอ ส่วนเงินนั้นทราบว่านางมทิรานำไปเล่นพนันออนไลน์หมดแล้ว
พ.ต.อ. ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหารู้อยู่แก่ใจดีว่ามีการติดตามตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงได้หลบหนีมาตลอด และบอกกับทางบ้านของตนเองว่า หากมีเอกสารหมายเรียก ไม่ต้องติดต่อมาหาตนเด็ดขาด เพื่อตัดช่องทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามได้ แต่ก็ไม่รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ซึ่งเชื่อว่ายังมีกรณีดังกล่าวในหน่วยงานราชการอีกหลายแห่งที่อาจมีการดำเนินการในลักษณะนี้ แต่ยังตรวจสอบไม่พบ โดยทาง บก.ปปป. จะได้ดำเนินการสืบสวนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์สินเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการต่อไป
จึงขอเตือนภัยแก่บริษัทเอกชนทั่วไป ให้เฝ้าระวังตรวจสอบประวัติผู้ที่จะเข้าสมัครทำงานให้ดี เพราะบุคคลที่มีหมายจับเกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐอีกหลายรายยังคงลอยนวล และออกมาทำงานการเงินให้กับเอกชนทั่วไปได้อยู่ หากไม่ตรวจสอบประวัติให้ดี อาจก่อความเสียหายต่อบริษัทซ้ำอีก เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำบัญชีเพื่อปกปิดความผิดมาแล้ว
และขอประชาสัมพันธ์ หากพบมีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการเชิญชวนให้ท่านหรือพี่น้องประชาชนกระทำการในลักษณะนี้ หรือให้ฉ้อโกงเพื่อรับส่วนแบ่งอย่างผิดกฎหมาย ขอให้ท่านแจ้งมายังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โทร. 02-1919191 สายด่วน ป.ป.ช. 1205 (สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ), สายด่วน ป.ป.ท. 1206 (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) และ สายด่วน ป.ป.ง. โทร. 02-2193600 (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)




