ตร.ตีแผ่กลลวงมิจฉาชีพตีเนียนปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรหลอกยืมเงิน ความจริงอาจไม่ได้ใช้ AI อย่างที่คิด

ข่าวเวิร์คพอยท์
ตร.ตีแผ่กลลวงมิจฉาชีพตีเนียนปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรหลอกยืมเงิน ความจริงอาจไม่ได้ใช้ AI อย่างที่คิด

ตร.ตีแผ่กลลวงมิจฉาชีพตีเนียนปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรหลอกยืมเงิน ความจริงอาจไม่ได้ใช้ AI อย่างที่คิด

วันนี้ (20 ต.ค.66) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมาก ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์(แก๊งคอลเซ็นเตอร์) ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย รูปแบบหนึ่งที่พบเห็นบ่อยคือ การปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรศัพท์หาผู้เสียหายเพื่อหลอกยืมเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอตีแผ่หนึ่งในเทคนิคกลลวงของกลุ่มคนร้าย ซึ่งอาจใช้วิธีการที่ง่ายกว่าที่คิด และไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมดัดแปลงเสียง หรือต้องมีข้อมูลรูปแบบเสียงคนรู้จักของเหยื่อแม้แต่น้อย

ซึ่งวิธีการที่พบคือ คนร้ายจะโทรศัพท์หาเป้าหมาย แล้วทำทีพูดว่า “จำได้ไหมนี่ใคร” “จำเพื่อนได้รึเปล่า” หรือ “แค่ไม่สบายเสียงเปลี่ยน เปลี่ยนเบอร์โทรนิดหน่อย ก็จำกันไม่ได้แล้วหรือ” แล้วจะพยายามให้เหยื่อพูดชื่อมาก่อน ซึ่งหากเสียงของคนร้ายมีความคล้ายกับเสียงเพื่อน หรือคนรู้จักของเหยื่อจริงๆ แล้วเหยื่อพูดชื่อของคนๆนั้นออกไป คนร้ายก็จะสวมรอยเป็นคนนั้นทันที

จากนั้น คนร้ายก็จะชวนคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เพื่อสร้างความเชื่อใจ แล้วทำทีว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน โดยอ้างว่า แอปธนาคารล่ม, มีแต่เงินสดโอนเงินไม่ได้, มีเหตุด่วนต้องใช้เงิน หรือเหตุผลความจำเป็นอื่นๆ เพื่อหลอกให้เราโอนเงินให้กับคนร้ายต่อไป

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุ จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า คนร้ายจะใช้เทคนิคในการหลอกล่อให้เหยื่อพูดชื่อคนรู้จัก ที่เสียงเหมือนกับคนร้ายออกไป จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้เสียหายมักจะเชื่อโดยสนิทใจ ว่าคนที่คุยด้วยคือคนรู้จักจริงๆ เพราะเป็นคนพูดออกไปเองว่าเสียงของคนร้ายเหมือนเสียงของใคร และทำให้ผู้เสียหายไม่ทันระวัง หลงเชื่อโอนเงินตามที่คนร้ายขอนั่นเอง

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก โดยเฉพาะการติดต่อจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นคนร้ายที่มาแอบอ้างหลอกยืมเงินได้

หากประชาชนได้รับความเสียหาย จากคนร้ายที่ปลอมเสียงคนรู้จักแอบอ้างหลอกยืมเงิน สามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ทราบการกระทำความผิด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง