ชาวบ้านครึ่งพันทุกข์ใจ เงินธนาคารหมู่บ้านหายไป 6 ล้านกว่าบาท

ชาวบ้านครึ่งพันทุกข์ใจ เงินธนาคารหมู่บ้านหายจากบัญชี 6 ล้านกว่าบาท เบิกถอนเงินตัวเองไม่ได้ พบพฤติกรรมคณะกรรมการ เอื้อประโยชน์เครือญาติ
วันที่ 16 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาประชาคมอเนกประสงค์ บ้านหยงสตาร์ หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมนางสาววนิดา คงรักษ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ อ.ปะเหลียน และตัวแทนชาวบ้าน ได้นัดรวมตัวกันเพื่อชุมนุมใหญ่และหารือ เนื่องจากเงินฝากของธนาคารหมู่บ้านหยงสตาร์ ที่อยู่ในความดูแลของเกษตร อ.ปะเหลียน ได้ถูกยักยอกและทุจริตเกิดขึ้น จนทำให้เงินสูญหายไปจากบัญชีจำนวนประมาณ 6,776,521 บาท มีชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกจำนวน 509 คนเข้าร่วมและตั้งข้อซักถามในครั้งนี้ ซึ่งมีคณะกรรมการธนาคารหมู่บ้านบางรายเท่านั้น ที่เข้าร่วมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าสังเกตการณ์
มีการเปิดเผยบัญชีภายในย้อนหลังที่เกิดปัญหา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561-2566 โดยที่ก่อนหน้าปี 2561 ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารหลักฐาน ซึ่งธนาคารหมู่บ้านฯ บริหารโดยคณะกรรมการ 6 คน หลังจากตรวจสอบพบว่า เงินทั้งหมดมี 14,797,740 บาท แบ่งเป็นเงินหนี้ค้างชำระของสมาชิก 8 ล้านกว่าบาท และสูญหายไป 6,776,521 บาท

ต่อมาตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ตั้งแต่มีการดำเนินกิจการมามีการขาดทุนในทุกปี ปีละหลายแสนบาท เช่นปี 2561 ขาดทุนไปถึง 5.6 แสนบาท รวมระยะเวลา 6 ปี ขาดทุนไปถึง 4 ล้านกว่าบาท สาเหตุที่เงินสูญหายคือ มีการปล่อยเงินกู้เกินกว่าที่กำหนด หรือปล่อยให้กู้ตามใจกรรมการ และส่วนใหญ่พบว่าการปล่อยกู้จำนวนเงินมากๆ ให้ผูวงศาคณาญาติกรรมการเอง
ทั้งปล่อยเงินกู้ให้กับเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหลักแสนบาท ทั้งที่เงินฝากและเงินในบัญชีของเด็กรายดังกล่าวมีเงินอยู่เพียงแค่ 2,000 บาท มีที่อนุมัติเงินกู้ 1 แสนบาทให้ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว (การสวมสิทธิ์) และพบหลายรายกู้เงินไปแล้วหลักล้านบาท ไม่มีการฝากหรือผ่อนชำระหนี้เลย แต่กลับมีการปล่อยกู้ซ้ำให้อีก หลายรายติดหนี้เงินกู้กับธนาคารอยู่ แต่กลับถูกตัดชื่อออกจากสมาชิก โดยไม่ต้องชำระหนี้ มีอีกหลายรายติดหนี้เงินกู้อยู่ แต่ไม่เคยผ่อนจ่ายชำระ
สาเหตุข้างต้น ทำให้ธนาคารขาดสภาพคล่อง จนเงินฝากและเงินปันผลของสมาชิกสูญหาย บางรายมีฝากตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท เมื่อไปขอถอนออกจากบัญชีกลับไม่สามารถถอนได้ เนื่องจากเงินสูญหายไปเกลี้ยงบัญชีแล้ว
นายนิยม หยงสตาร์ อายุ 61 ปี ข้าราชการครูบำนาญ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย และเป็นตัวแทนสมาชิกฯ ธ.หมู่บ้านหยงสตาร์ เริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีสมาชิกจาก 4 หมู่บ้าน ถือว่าเติบโต แต่กลับไม่มีสภาพคล่องทางบัญชี เนื่องจาก สมาชิกไม่สามารถถอนเงิน หรือกู้เงินจากบัญชีได้ บางรายจะเบิกถอนเงินก็เบิกไม่ได้
เงินที่หายไป ไม่สามารถที่จะนำมาให้กับสมาชิกได้ พบสาเหตุของเงินที่หายไป เนื่องจาก นำไปใช้จ่ายเงินปันผลสูงกว่าที่กำหนด ทำให้เงินไม่มีเหลือในบัญชี โดย คกก.หวังผลจากเงินของสมาชิก เพื่อนำมาเป็นผลประโยชน์กับพวกพ้อง กับ คกก.เอง เช่น นำเงินไปใช้จ่ายผิดประเภท ใช้สมุดบัญชีธนาคารเพิ่มวงเงินของ คกก.กันเอง เพื่อนำไปปล่อยกู้ ซึ่งสูงกว่าที่กำหนด และสูงกว่าที่ให้สมาชิกกู้ 2-3 เท่า และเป็นการปล่อยให้ญาติพี่น้องของสมาชิกกู้ ทำให้เงินของสมาชิกที่มีอยู่ในหุ้นทั้งหมด ถูกนำไปเป็นใช้จ่าย บางส่วนหล่นหายติดตามไม่ได้
เรื่องนี้ได้ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ปะเหลียน โดยวันนี้ ตั้ง คกก.ชุดใหม่ 5 คน เพื่อเข้ามาดำเนินการแทนชุดเก่า และจะเร่งรัดหนี้ โดยให้ทุกคนที่มีปัญหาเข้ามารับสภาพหนี้ โดยหวังจะได้นำเงินกลับมาคืนให้กับสมาชิก รวมทั้งแต่งตั้งทนายความเข้ามาช่วยเหลือ และหากยังไม่มีการดำเนินการตามข้อตกลง ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายในขั้นต่อไป


ด้านนายศิลปชัย สมัยรัฐ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 กล่าวว่า จากข้อสรุปในเบื้องต้นทางสมาชิกพอใจ เพราะชาวบ้านต้องการให้เงินกลับมาอยู่ในบัญชีและหวังเงินปันผล เชื่อว่าปัญหาจะคลี่คลาย หากทำตามข้อตกลง
ด้านคณะกรรมการธนาคารหมู่บ้านชุดที่เกิดปัญหา ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว เพียงแต่บอกว่า ขอรับสภาพหนี้ดังกล่าว และขอให้ตรวจสอบกรรมการธนาคารที่คาดว่าจะยักยอกและทุจริตเป็นรายคนไป




