อดีตบิ๊กตร. ชี้เป้ามือยิงตร. ซุกปีกผู้มีอิทธิพลนครปฐม

อดีตบิ๊กตร. ชี้เป้ามือยิงตร. ซุกปีกผู้มีอิทธิพลนครปฐม

อดีตบิ๊กตร. พล.ต.ท.เรวัช ชี้เป้ามือยิง ตร. ซุกปีกผู้มีอิทธิพล ซัดตร.นั่งกันเฉย แต่งตัวเป็นนายแบบ ปืนไม่พก หากเป็นตัวเองยิงสวนทันที

(7ก.ย.66) ทีมข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีมือปืนยิงสว.ทางหลวงเสียชีวิต ว่า พฤติกรรมที่คนร้ายลงมือก่อเหตุเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ และชั่วเกิน ด้วยเหตุผลเพียงเพราะขอตำแหน่งไม่ได้ เบื้องต้นได้สั่งการแล้วเรื่องสถานที่ที่คาดว่าจะหลบหนีไปกบดานอยู่ แต่คาดว่าคนร้ายจะรีบตาลีตาเหลือกเข้ามอบตัวเพราะกลัวตาย

พล.ต.ท.เรวัช บอกว่า ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าทำการจับกุมได้เพราะเป็นเหตุซึ่งหน้า และยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าเป็นตนเองอยู่ในที่เกิดเหตุเห็นตำรวจถูกยิง 2 ที ตนก็ยิงใส่คนร้ายแล้ว แต่ตำรวจเกือบสิบคนนั่งกันเฉย ปืนไม่พก แต่งตัวเป็นนายแบบ ถือเป็นการละเว้นหน้าที่ หากตำรวจไม่พกปืนก็ต้องชาร์จเข้าไปจับ ทั้งผู้กำกับสถานี ผู้กำกับสืบ นายร้อย หรือตำรวจชั้นประทวน ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร คนร้ายมองตำรวจเป็นหมา

ส่วนในแหล่งกบดาน พล.ต.ท.เรวัช บอกว่า คาดหลบไปอยู่บ้านผู้มีอิทธิพลในนครปฐมซึ่งมีอยู่ 3 - 4 หลัง ส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง มีบารมี มีเส้นสาย ก็จะเข้าหากัน และเฝ้าระวังทางหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามทั้งหมดแล้ว 

นอกจากนี้ได้พูดถึงการขอย้ายตำแหน่งหลานจากสายตรวจรถยนต์ ซึ่งคู่กันกับสายตรวจทางหลวงมาเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งสายตรวจรถจักรยานยนต์หากินได้ง่าย จะไถใครหรือจับใคร พฤติกรรมแบบนี้ใช้ศักดิ์ศรีเกินการปกครอง เชื่อว่าถ้าตนอยู่คนร้ายไม่กล้า และหากเป็นตนจะลงโทษตำรวจทุกนายที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดในข้อหาไม่กระทำการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าอย่างเต็มความสามารถ 

ส่วนการวิสามัญนั้น พล.ต.ท.เรวัช บอกว่า หากคนร้ายไม่ต่อสู้ตำรวจก็ยิงไม่ได้ แต่หากเป็นตน ตายไม่ต้องพูดมาก นอกจากให้ญาตินักการเมืองเอาเข้ามามอบตัวจะเป็นทางเดียวที่รอดตาย แต่เด็กแบบนี้เอาไว้ไม่ได้ เพราะมีพฤติกรรมก้าวร้าวเกิน เป็นขนาดตำรวจยศนายพัน ยังถูกยิงแบบนี้ แล้วจะไปคุ้มครองชาวบ้านได้อย่างไร ยิงสู้ไป 2 - 3 นัด ยังสมศักดิ์ศรีตำรวจ คนร้ายก็ไม่ถึงตายด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง