อุทาหรณ์! ขี่จยย.ซ้อน 3 ไม่มองทางชนขอบทางเท้า ดับอนาถ

หนุ่ม 17 ปีขี่จยย.เสียหลักชนฟุตพาทล้มหัวฟาดเสียชีวิต แฟนสาวบาดเจ็บนั่งร่ำไห้ น้องชายวัย 12 รอดหวุดหวิด ระบุพี่ชายขี่ไม่มองทาง
เมื่อเวลา 22.00 น. (10 ต.ค.66) ร.ต.อ.วรกฤติ พาเรือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุ รถจยย.ล้มเอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย สาหัส 1 ราย บริเวณ ถ.การนิคมอุตสาหกรรมเคหะ เมืองใหม่บางพลี หลังเทศบาล ต.บางเสาธง มุ่งหน้าสี่แยกไฟแดง จึงเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและทีมกู้ชีพ รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ เข้าช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย รายแรกเป็นชายอาการสาหัส ทราบชื่อ นายมาวิน มีสิทธิดี อายุ 17 ปี ที่อยู่เลขที่ 66 หมู่ที่ 2 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า-น้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีครีม นอนหงายหมดสติ มีเลือดไหลนองเต็มพื้นฟุตพาท ชีพจรเต้นอ่อน ทีมกู้ชีพฯทำ CPR ใส่ท่อช่วยหายใจ เร่งนำส่ง รพ.บางนา 2 ก่อนได้รับรายงานว่าผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต
รายที่ 2 เป็นหญิง ทราบชื่อ น.ส.น้ำ จุลมณี อายุ 17 ปี (แฟนสาวของผู้เสียชีวิต) ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก มีแผลถลอกตามร่างกาย ทีมกู้ชีพฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ. บางบ่อ
ส่วนรายที่ 3 ทราบชื่อ ด.ช.พงศกร มีสิทธิดี อายุ 12 ปี (น้องชายของผู้เสียชีวิต) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล
ใกล้กันพบ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีน้ำเงิน ทะเบียน 6 ขง 9640 กทม.ล้มอยู่กับพื้น ไฟเลี้ยวหน้าขวาแตก มีรอยครูด สีถลอก

สอบถาม น.ส.น้ำอ้อย ปาระบัง อายุ 32 ปี (มารดาของนายมาวิน ผู้เสียชีวิต) กล่าวว่า นายมาวินเป็นลูกชายคนโต ขี่จยย.ซ้อนสาม มาพร้อมกับ น.ส.น้ำ แฟนสาว และ ด.ช.พงศกร ลูกชายคนเล็ก มาหาตนเพื่อขอเงิน ที่หมู่บ้านการเคหะเมืองใหม่บางพลี ซ.25 จากนั้นพากันขี่ จยย.กลับบ้านพักบริเวณคลองจระเข้ แล้วมาประสบอุบัติเหตุ
ด.ช.พงศกร กล่าวว่า พี่ชายเป็นคนขับ โดยมี น.ส.น้ำ แฟนสาวนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนตนนั่งซ้อน ตั้งแต่ออกมาจากบ้านพักที่คลองจระเข้ พี่ชายกับแฟนสาวมัวแต่พูดคุยกัน และขับขี่ในลักษณะกอดกันไปด้วย ไม่มองเส้นทาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ แฟนพี่ชายร้องเรียกชื่อว่า วิน วิน เพื่อจะบอกให้มองทาง แต่ไม่ทันการณ์ รถจยย.เสียหลักพุ่งชนขอบฟุตพาท ทุกคนกระเด็นไปคนละทิศทาง และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ตำรวจ สันนิษฐาน นายมาวินน่าจะขับขี่ด้วยความประมาท ไม่มองเส้นทาง และไม่สวมใส่หมวกนิรภัย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ทำให้รถเสียหลักปีนขอบฟุตพาท เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลดังกล่าว จากนั้น ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้บาดเจ็บ น้องชายและมารดา เพื่อประกอบสำนวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




