เด็ก 13 ถูกรถนักเรียนทับขาหัก ผ่านมา 5 วันผู้บริหารยังไม่มาเหลียวแล

ข่าวเวิร์คพอยท์
เด็ก 13 ถูกรถนักเรียนทับขาหัก ผ่านมา 5 วันผู้บริหารยังไม่มาเหลียวแล

พ่อร้องสื่อ ลูกชายวัย 13 นั่งเล่นอยู่ในลานกีฬาของโรงเรียน ถูกรถรับ-ส่งนักเรียนแล่นชนเข้าไปใต้ท้องรถ ล้อบดทับขาหัก โชคดีที่รอดตายมาได้ ผ่านมา 5 วัน ผู้บริหารไม่เคยมาเหลียวแล

(16 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนายนที อายุ 47 ปี ในพื้นที่ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่นายนทีกำลังดูแล ด.ช.วีรภัทร อายุ 13 ปี ลูกชายที่ถูกรถยนต์กระบะรับส่งนักเรียนทับจนขาหัก

น้องวีรภัทรเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนเลิกแล้ว ได้นั่งอยู่บริเวณลานกีฬาของโรงเรียนเพื่อนั่งดูเพื่อนๆ เล่นกีฬากัน อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกที่หลัง จึงก้มหลังลง แล้วก็ถูกทับไปที่ใต้ท้องรถตกใจและเจ็บที่ขามาก ตัวเองอยู่ที่ใต้ท้องรถ จากนั้นมีคนขับรถและเพื่อนๆ มาช่วยกันเอาตัวออกมาจากใต้ท้องรถแล้วนำส่งโรงพยาบาล

นายนทีเล่าว่าวันเกิดเหตุตนทำงานอยู่ได้รับแจ้งว่าลูกชายถูกรถชนจึงรีบกลับมาดูที่โรงพยาบาล เห็นภาพลูกร้องบ่นเจ็บที่ขาแล้วสงสารมาก ทราบจากทางแพทย์ว่า กระดูกที่ขาข้างขวาหักจำนวน 2 ท่อน ช่วงที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีครูประจำชั้นและเพื่อนของลูกชายมาเยี่ยม  ส่วนคนขับรถรับส่งนักเรียน ได้มาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

สิ่งที่ตนเอง ไม่สบายใจคือไม่มีทางผู้บริหารของโรงเรียน มาเยี่ยมเยียนลูกของตนที่นอนเจ็บอยู่ที่บ้าน จึงได้นำ เรื่องราวโพสต์ลงโซเชียล ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนเองลบโพสต์และบอกว่าที่ยังไม่มีใครมาเนื่องจากผู้บริหาร มีญาติเสียชีวิต ติดภารกิจจัดการเรื่องการประกอบพิธีทางศาสนา

แต่ที่ตนทราบมา ผู้บริหารของโรงเรียน เป็นมุสลิม การประกอบพิธีทางศาสนาเพียงแค่ 1วันเท่านั้น จะมาอ้างว่าไม่มีเวลาได้อย่างไร ตนเองไมได้เรียกร้องอะไร เพียงอยากให้ทางผู้บริหาร ได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน มาเยี่ยมมาให้กำลังใจนักเรียน ผู้ปกครอง มาบอกเล่าเหตุการณ์ว่าจะมาหามาตรการในการป้องกันอย่างไร โชคดีที่อุบัติเหตุไม่ได้กับขึ้นกับเด็กเล็กอาจจะเกิดการสูญเสียมากว่านี้ 

ส่วนอาการบาดเจ็บของลูกชายยังคงต้องนอกพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ยังเดินไม่ได้ต้องคอยดูแลกันอยู่ โดยทางแพทย์จะนัด เพื่อไปทำการเข้าเฝือกเชื่อมต่อกระดูกที่หัก อยากฝากบอกกับผู้บริหารของโรงเรียนว่าไม่สมควรให้ รถรับส่งนักเรียนหรือรถผู้ปกครองเข้ามาจอดภายในบริเวณโรงเรียนเพราะอาจจะเกิดอันตรายกับนักเรียนขอให้เป็นเคสสุดท้าย เพราะอาจจะไม่โชคดีเหมือนอย่างลูกของตนเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง