จับ “จอมโจรโทงเทง” ฉกตู้บริจาค บอกไม่รู้รอบวัดมีกล้องเยอะขนาดนั้น

จับ “จอมโจรโทงเทง” ฉกตู้บริจาค บอกไม่รู้รอบวัดมีกล้องเยอะขนาดนั้น

รวบหนุ่ม 25 ก่อเหตุเดินแก้ผ้าอย่างสบายใจในเขตวัด ก่อนฉกตู้บริจาคไป จนร่ำลือกันว่าเป็นจอมโจรขมังเวทย์ เสกคาถาพรางตัว เจ้าตัวบอกไม่มีคาถาอะไรทั้งนั้น ที่แก้ผ้าเพราะตกน้ำชุดเปียก แถมไม่รู้ว่าในวัดกล้องเพียบ ตรวจสอบประวัติเจอเพิ่งโดนคดีลักทรัพย์ไปหมาดๆ

(2 ก.ย. 66) จากรณีที่ภาพวงจรปิดภายในวัดแหลมใต้ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ช่วงเวลาตี 3 คืนวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา จับภาพจอมโจรขมังเวทย์ เสกคาถาพรางตัว เดินแก้ผ้าล่อนจ้อนทั่ววัด ก่อนเข้าไปขโมยตู้รับบริจาค ยกออกมาตัวเปล่าเดินโทงเทง

ขณะเกิดเหตุมีหลวงตาที่ตื่นขึ้นมาทำวัตร เห็นเต็มๆ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะจอมโจรมีมีดอยู่ที่มือ ทำให้จอมโจรคิดว่าหลวงตาไม่เห็น เดินใจเย็นออกไปใส่เสื้อผ้านอกวัด ก่อนหลบหนีไป จากนั้นนายมนต์ชัย นุ่มดี ตัวแทนของวัดแหลมใต้ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา

ล่าสุดวันนี้ พ.ต.ต.คุณภัทร ผิวบัวคำ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้นำตัวนายรัตนภัทร อายุ 25 ปี คนร้ายในคดีนี้มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรเมืองฉะเชิงเทราติดตามแกะรอยอยู่นานนับเดือน  

พ.ต.ต.คุณภัทร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สามารถติดตามจับกุมตัวนายรัตนภัทรไว้ได้เมื่อคืนที่ผ่านมา(1 ก.ย.) ที่บริเวณริมถนนหน้าหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ขณะย้อนกลับมา เพื่อเตรียมจะก่อเหตุอีกครั้ง พร้อมด้วยของกลางเป็นเงินสดที่ได้จากการลักทรัพย์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่านายรัตนภัทรหลังจากเข้าไปขโมยตู้บริจาคที่วัดแหลมใต้แล้ว ได้ตระเวนก่อเหตุที่อื่นอีก โดยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายรัตนภัทรก่อเหตุงัดกล่องเก็บเงินที่ร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ปากทางเข้าวัดสมานรัตนาราม ม.11 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้เงินสดไปประมาณ 2 หมื่นบาท ก่อนที่จะหลบหนีไป และไปก่อเหตุลักเสื้อผ้าที่ร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญอีกร้านในวันที่ 1 ก.ย. ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายรัตนภัทร เคยถูกดำเนินคดีจากข้อหาลักทรัพย์ ภายในร้านบิ๊กซิมินิ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา 

นายรัตนภัทร ผู้ต้องหาเปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้มีอาคมแต่อย่างใด ในคลิปที่เดินแก้ผ้าภายในวัดแหลมใต้ เพียงแค่นั่งเล่นริมน้ำแล้วตกลงไปแม่น้ำบางปะกงจนชุดที่สวมใส่เปียก เลยถอดชุดออก แล้วเดินแก้ผ้าสำรวจรอบวัด คิดว่าที่วัดคงไม่มีกล้องวงจรปิดติดรอบวัดขนาดนั้น ถ้ารู้ว่ามีกล้องตนเองก็คงไม่กล้าแก้ผ้าและมาก่อเหตุ

ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุนั้นเนื่องจากตนเองตกงาน กำลังหางานทำอยู่แต่ยังไม่ได้งานที่มีก็หมดไป จึงออกตระเวนลักทรัพย์ เงินในตู้บริจาคที่ได้มาจากวัดแหลมใต้ ก็เอาไปจ่ายค่าซ่อมโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตก ที่เหลือก็เอาไว้ใช้กิน ส่วนจักรยานที่ขี่ไปก่อเหตุก็ขโมยมาเช่นกัน

ตนเองอยากขอโทษหลวงพ่อและวัดที่เข้าไปขโมยเงิน ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว ส่วนเสื้อผ้าที่ตนเองไปลักในคดีสุดท้ายที่ร้านซักผ้า เนื่องจากตนเองไม่มีเสื้อผ้าใส่ เพราะยังไม่ซัก จึงไปหาหยิบเอาของคนอื่นที่มาซักแล้วไม่ได้รอ ตามร้านซักผ้าอัตโนมัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง