วัยรุ่น 18 เบิ้นรถเสียงดัง ถูกตบหมวกกันน็อก ไม่พอใจตามพ่อคว้าสปาร์ต้ายกพวกเคลียร์ผิดคน ถูกยิงกลับดับ

ข่าวเวิร์คพอยท์
วัยรุ่น 18 เบิ้นรถเสียงดัง ถูกตบหมวกกันน็อก ไม่พอใจตามพ่อคว้าสปาร์ต้ายกพวกเคลียร์ผิดคน ถูกยิงกลับดับ

วัยรุ่น 18 เบิ้นรถเสียงดัง ถูกตบหมวกกันน็อก ไม่พอใจตามพ่อคว้าสปาร์ต้ายกพวกเคลียร์ผิดคน ถูกยิงกลับดับ

จากกรณีพ.ต.ต.วินัย เกิดบุญศรี พนักงานสอบสวน สภ.สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงที่โต๊ะสนุ้กแห่งหนึ่ง อาการโคม่า หมู่ 3 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังฝ่ายสืบสวนและมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายธงชาติ ร้อยแก้ว อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่กลางศีรษะ 1 นัด มีสมองไหล ขาซ้ายและขาขวา ข้างละ 1 นัด ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้วนั้น

(10 ธ.ค.66) ล่าสุด นายสนิท อายุ 84 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตอนเกิดเหตุอยู่อีกบ้านหนึ่ง จึงไม่เห็นเหตุการณ์และไม่ทราบเรื่อง ไม่ได้ยินเสียงปืน แต่ทราบเหตุหลังจากมีคนโทรไปบอกว่ามีคนยิงกันในบริเวณบ้าน จึงออกมาดู กลุ่มผู้เสียชีวิตและคู่กรณีไปมีเรื่องกันที่อื่นมา แต่เข้ามาก่อเหตุในบริเวณบ้านของตน

วันเกิดเหตุนายแฟรงค์ได้มานั่งทำอาหารไก่(มีเล้าไก่) ใกล้จะกลับอยู่แล้ว พร้อมท้าวความว่า ก่อนเกิดเหตุนายไผ่ ลูกชายของผู้เสียชีวิต ได้ไปมีเรื่องกับนายเกมที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ห่างไปประมาณ 500 เมตร นายไผ่เบิ้นรถเสียงดัง แต่นายเกมไม่ให้เบิ้ลเพราะมีลูกเล็ก นายไผ่บอกว่า “ มีปัญหาอะไร” จึงถูกตบเอา จากนั้นนายไผ่จึงไปบอกพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ จึงขี่รถมาหาและวนดูอยู่หลายรอบ 

ส่วนนายแฟรงค์มือยิงก็ไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักกลุ่มของผู้เสียชีวิตด้วย ผู้เสียชีวิตได้เข้ามาสอบถามว่าใครตบลูกเขา นายแฟรงค์ก็ไม่รู้ และไม่ได้เป็นคนทำ ผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในอาการเมา ได้คว้ามีดสปาร์ต้าออกมาจะฟัน พอเกิดเหตุถูกยิงจนล้มลงไป ลูกชายได้ตะโกนบอกพ่อว่า "ขอโทษด้วย พ่อผมผิดไปแล้ว"

ส่วนในที่เกิดเหตุ คนที่ตบศีรษะนายไผ่ก็ได้มายอมรับว่าผมเป็นคนตนเอง 

โดยบอกว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยมาดูตอนที่เกิดเรื่องไปแล้ว

นายเกม อายุ 30 ปี พ่อลูกอ่อน(คู่กรณี) เล่าว่า เหตุการณ์ที่ยิงกันนั้นตนไม่ทราบเพราะตนอยู่ที่บ้าน ที่บ้านมีเด็ก วัย 1 ขวบ 8 เดือน และลูกเล็กอยู่ในบ้าน ก่อนเหตุเกิดบานปลายไปจนถึงขั้นใช้อาวุธปืนยิงกันนั้น 

ก่อนหน้านั้น ได้มีเด็กวัยรุ่นมาเบิ้นรถจักรยานยนต์ใส่บริเวณหน้าบ้านครั้งหนึ่ง รอบแรกก็ไม่ได้อะไร พอรอบสอง ตนเจอพอดีบริเวณหน้าปากซอย จึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไป พอจอดจึงถามว่า "มึงเด็กที่ไหน" คู่กรณีก็บอกว่า "เด็กสามชุก" รุ่นน้องในอู่ตนที่ไปด้วยกันจึงตบหมวกกันน็อกไปหนึ่งที นายไผ่จึงหันมาบอกว่า "พี่ผมขอโทษ" ตนก็บอกว่า "เออ วันหลังอย่าเบิ้นมีเด็ก" หลังจากนั้นตนก็กลับไม่ได้ทำอะไรต่อ และไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น

หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง รุ่นน้องที่แทงสนุ้กอยู่อีกโต๊ะหนึ่งได้โทรมาบอกว่า มีคนมาหาพี่ แต่เค้ามากันเยอะนะ มาที่อู่แล้วไม่เจอ ตนเองก็บอกว่า เดี๋ยวผมออกไปคุย เพราะอู่ปิด ซึ่งตนตั้งใจจะเข้าไปพูดคุยธรรมดา ว่าลูกของคู่กรณีก็ผิดที่มาเบิ้นรถใส่ แต่พอไปถึงก็เจอคนเจ็บนอนกองที่พื้นแล้ว และไม่เห็นผู้ก่อเหตุยิงแล้ว จากนั้น ตนได้ช่วยอุ้มคนเจ็บขึ้นรถให้พาไปส่งโรงพยาบาล คาดว่ากลุ่มของผู้บาดเจ็บน่าจะเมากันมา และมาด้วยอาวุธครบมือ ซึ่งมากันเยอะ รุ่นน้องบอกว่า มีรถกระบะหนึ่งคัน รถจักรยานยนต์สองคัน 

ตนทราบมาว่า ก่อนเกิดเหตุ นายแฟรงค์ มือยิง ได้บอกกับนายไผ่ ลูกชายผู้เสียชีวิต แล้วว่า ให้กลับไปเถอะ ไม่ต้องมาหรอก แต่นายไผ่ได้พูดสวนกลับไปว่า พี่พูดแบบนี้ก็ไม่สวยดิ แล้วเป็นเด็กกับผู้ใหญ่ ก่อนที่ทางฝั่งของผู้เสียชีวิตจะเข้ามาล็อคคอนายแฟรงค์ มือยิง จนล้มลงไป หลังล้มผู้เสียชีวิตได้คว้ามีดฟัน โดนถากบริเวณข้อมือ ผู้ก่อเหตุจึงคว้าปืนยิงใส่ ซึ่งหลังเกิดเหตุลูกชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อค ได้ตะโกนว่า พี่ช่วยพ่อผมด้วย ตนจึงวิ่งเข้าไปเรียก ลุงๆ และประคอง ขณะนั้นผู้เสียชีวิต ยังตอบว่า เอ้อ ตนก็อุ้มขึ้นรถกระบะทันที

โดยระหว่างที่พูดคุย นายเกมมีอาการเสียใจและน้ำตาคลอตลอดเวลา ยอมรับว่า หลังเกิดเหตุก็รู้สึกไม่ดีที่ตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ถ้าตัวเองใจเย็นลงนิดหนึ่งก็จะไม่เกิดเหตุแบบนี้ หรือถ้าฝั่งของผู้เสียชีวิตมาเจอตนที่อู่ เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ผู้เสียชีวิตคงจะไม่เป็นอะไร แต่คนที่เจ็บสาหัสหรืออาจถึงชีวิตได้อาจเป็นตนเอง เพราะฝั่งของผู้เสียชีวิตยกพวกมา ส่วนตัวมองว่าเป็นการมาเพื่อปะทะอยู่แล้ว ซึ่งตนได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วทั้งหมด 

นายเกมบอกอีกว่า ทีแรกตั้งใจไปคุยดีดี และไม่คิดว่าจะพกอาวุธ ไม่คิดว่าจะพาพวกมาเยอะขนาดนี้ เพราะบอกว่ามาแค่สองคน แต่มีรุ่นน้องบอกว่า พาพวกรออยู่บนถนนอีกเยอะ คาดว่าตั้งใจมาหาตนโดยตรง 

ส่วนเรื่องการเบิ้นรถในละแวกนี้ก็มีกันอยู่แล้ว แต่ที่ลูกชายของผู้เสียชีวิตทำ ลักษณะเหมือนทำซึ่งหน้า และตั้งใจเบิ้นใส่ รุ่นน้องในอู่ตนที่ไปตบศีรษะเขาก็น่าจะโมโห เพราะเป็นช่วงเลี้ยวออกมาเจอพอดี 

ในส่วนที่ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า นายเกมก็ไม่เพลาเรื่องการเบิ้นรถนั้น ตนเองยอมรับว่า สมัยก่อนตนก็เคยเป็นเด็กแว๊น เที่ยวบิดรถหมดปลอกแบบนี้มาเหมือนกัน แต่ตั้งแต่มีลูก ก็คิดได้ และไม่ทำมานานแล้ว ทุกทีเวลาเห็นเด็กมาที่ร้าน ก็จะสอนกลับไปทุกคน เพราะมันไม่ได้อะไรกลับมากับสิ่งที่ทำ และถ้าหากไม่จนตรอกหรือไม่เจอของจริง ก็จะไม่รู้จักเข็ดหลาบ และมาคิดได้แล้ว ว่าไม่ควรเอาตัวเองไปรองรับปลายมีด หรือลูกปืน ของใคร

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง พื้นที่ หมู่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณสุพรรณบุรี 

เข้าพูดคุยกับ นายไผ่ อายุ 18 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยน้ำตาว่า เหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุ ตนเหมือนโดนรุม หลังจากขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนสองคนกับแฟนหลังกลับจากกินหมูกระทะ โดนชกมาจึงมาบอกพ่อว่าผมโดนรุม แต่ไม่รู้จักว่าคนที่ทำเป็นใคร พ่อก็ถามว่าทำไมเค้าถึงทำ พ่อจึงจะเข้าไปสอบถาม ซึ่งตนก็ไปด้วย และมีน้าอีกหนึ่งคน นอกจากนั้นยังมีน้าอีกคนหนึ่งขับรถกระบะตามไปเพื่อจะไปช่วย พอเข้าไปก็เกิดเหตุชุลมุนขึ้น ซึ่งตอนเข้าไปยอมรับว่าพกอาวุธเข้าไปด้วย แต่อ้างว่าหากจะหาเรื่องจริงคงไม่เข้าไปสภาพนั้น อยากจะไปคุยมากกว่า แต่เอาอาวุธไปด้วยเพราะเดาว่าอีกฝั่งนึงก็มีพวกมาด้วยและคาดว่าน่าจะมีอาวุธ 

ก่อนเกิดเหตุได้ไปขับรถวนดูเพื่อดูว่าคู่กรณีอยู่หรือไม่ อ้างว่า ถ้าเจอก็อยากจะเข้าไปคุย กระทั่งพอถึงบริเวณโต๊ะสนุ้ก ผู้ก่อเหตุได้เดินออกมาพูดคุย โดยที่ตนเองและพ่อก็ไม่รู้จัก ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ทำท่าเหมือนไม่พอใจก่อนจะชักอาวุธปืนออกมา น้าจึงช่วยตน และเกิดการลากกันเพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุยิง ปล้ำกันอยู่สักพัก ผู้ก่อเหตุสะบัดแขนออกได้ จังหวะนั้นก็ชักปืนมายิงใส่พ่อตนเองต่อหน้าต่อตา เห็นล้มลุกไปต่อหน้า ยิงหมดแม็กซ์ ซึ่งอีกมือหนึ่งก็ไม่ทราบว่าจะใส่กระสุนเพิ่มหรือเปล่า 

หลังเกิดเหตุตนเองนั่งตัวสั่นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ ได้วิ่งเข้าไปคร่อมพ่อ โดยไม่ได้สนใจว่ากำลังชุลมุน น้าถึงเข้าไปล็อคคอจนผู้ก่อเหตุปล่อยปืน อ้างว่าไม่มีการทำร้ายผู้ก่อเหตุก่อนเลย และไม่มีท่าทีว่าจะทำ ซึ่งคำพูดพูดจาระหว่างคุย ผู้ก่อเหตุได้ไล่ให้ตนเองกลับไป ถ้ามึงไม่อยากพาพ่อมาตายมึงก็กลับไป ตนก็บอกว่า ทำไมพี่พูดแบบนี้ พูดแค่นี้ ไม่ได้มีการท้าทายหรือพูดจากวนแต่อย่างใด 

ยอมรับว่าสภาพจิตใจแย่ รู้สึกเสียใจ ส่วนเรื่องเบิ้นรถใส่นายเกมนั้น อ้างว่า ไม่ได้เบิ้นรถใส่ แต่ขี่เร็วและท่อรถดัง ดังจริง ๆ เพราะเป็นรถแต่ง 

ตอนนี้ไม่อยากถือโทษกับใครแล้ว เพราะเสียพ่อไปแล้วเหลือแม่คนเดียว อยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ดูเป็นตัวอย่าง ทั้งท่อดังไม่ดี อารมณ์ร้อนไม่ดี พวกทางนักเลง ตอนนี้เป็นห่วงแม่ นายไผ่ร่ำไห้ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนได้ไปขอโทษพ่อแต่ไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนพ่ออยู่อยากจะตั้งใจเรียนดี อยากทำให้พ่อภูมิใจ ยืนยันว่าหลังจากนี้จะไม่มีนิสัยเดิมๆ เที่ยวเกเร และได้รับบทเรียนจากการสูญเสียครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัยรุ่น 18 เบิ้นรถเสียงดัง ถูกตบหมวกกันน็อก ไม่พอใจตามพ่อคว้าสปาร์ต้ายกพวกเคลียร์ผิดคน ถูกยิงกลับดับ | Workpoint News