กระบะพุ่งชน "จ่าเข้ม" ทหารรบเขมร 2 สนามดับหน้าค่าย ศน.คนขับตกใจหนีก่อนมอบตัว

กระบะพุ่งชน "จ่าเข้ม" ทหารรบเขมร 2 สนามดับหน้าค่าย ศน.คนขับ อ้างไม่ได้คิดจะหลบหนี แต่เกิดความตกใจจึงขับรถออกไป พอตั้งสติได้จึงย้อนกลับมามอบตัว ญาติเผยมีแผนที่จะแต่งงานกับแฟนสาว แต่ต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
(23 มิ.ย. 69) พ.ต.ท.จันทร์ติ วรรณูปถัมภ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าค่ายทหาร ร.23 พัน 4 คาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายบุรีรัมย์-ปะโคนชัย หน้าค่ายทหาร ร.23 พัน 4 ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ล้มอยู่ข้างถนน สภาพรถได้รับความเสียหาย บริเวณเกาะกลางถนนเยื้องประตูหน้าค่ายไปประมาณ 30 เมตร พบศพ จ.ส.អ.นภัสกร หรือ "จ่าเข้ม" อายุ 36 ปี เป็นทหารสังกัดค่าย ร.23 พัน 4 นอนเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้า ใส่เสื้อยืดทหาร กางเกงขาสั้น ขาผิดรูป ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นอยู่ 1 แผ่น
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ซึ่งตรงกับแผ่นป้ายที่หล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน คาดว่ากำลังขับหลบหนีแต่รถไปต่อไม่ได้
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด 2 จุด พบว่า “จ่าเข้ม” ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุออกจากค่ายเพื่อจะข้ามถนน 4 เลนไปอีกฝั่ง ทันใดนั้นได้มีรถกระบะคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วแล้วพุ่งชนอย่างจังจนร่างกระเด็น
นางสายฝน อายุ 58 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ที่เกิดเหตุเป็นหน้าบ้านของตนเอง ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นใครที่ถูกชน พอได้ยินเสียงแล้ววิ่งออกมาดูพบว่าเป็น "จ่าเข้ม" ที่ชาวบ้านแถวนี้รู้จักกันดี เพราะเป็นทหารที่เคยออกไปรบแถวชายแดนถึง 2 รอบ โดยเป็นทหารที่มาร่วมรบที่ปราสาทตาเมือนธม ทิวเขาพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ จ่าเข้มเป็นคนนิสัยดี ทักทายชาวบ้านอยู่หน้าค่ายเป็นประจำ รู้สึกเสียดายที่ ”จ่าเข้ม” รับใช้ชาติไปรบในสมรภูมิถึง 2 สนามไม่เป็นอะไร แต่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้
นางวันดี อายุ 60 ปี ป้าของจ่าเข้ม เล่าว่า จ่าเข้มมีแผนที่จะแต่งงานกับแฟนสาว แต่ต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันบนท้องถนน
ในเวลาต่อมา ได้มีคนขับรถกระบะเดินทางมามอบตัว ทราบชื่อต่อมาคือ นายทัศวิน อายุ 50 ปี เป็นศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) บุรีรัมย์
โดยนายทัศวิน ให้การกับ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ว่า ไม่ได้คิดจะหลบหนี แต่เกิดความตกใจจึงขับรถออกไป พอตั้งสติได้จึงย้อนกลับมามอบตัวดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ได้ค่าปกติคือไม่มีการดื่มสุรามาก่อน
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาชนแล้วหนี (ไม่หยุดรถช่วยเหลือและไม่แสดงตัว) เอาไว้ก่อน




