จับบัญชีม้าล็อตใหญ่ 21 ราย 1 ในเหยื่อเครียดจนจบชีวิตแบบปริศนา

ข่าวเวิร์คพอยท์
จับบัญชีม้าล็อตใหญ่ 21 ราย 1 ในเหยื่อเครียดจนจบชีวิตแบบปริศนา

ภูธรภาค 5 แถลงผลกวาดจับบัญชีม้า 21 ราย เครือข่ายแอปหลอกลงทุนของนายทุนจีนเทา พบ 1 ในเหยื่อที่หลงเชื่อเป็นข้าราชการเกษียณอายุ ถูกหลอกไป 5 ล้านบาท จนตัดสินใจชีวิตตัวเองในโอ่งน้ำหลังบ้าน เป็นคดีเสียชีวิตปริศนาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

(24 ต.ค. 66) จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านพบศพของนางยุพิณ อายุ 63 ปี ข้าราชการเกษียณอายุ เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ถูกเผาในโอ่งน้ำหลังบ้านของตนเอง พร้อมกับมีจดหมายลาเขียนระบุเรื่องถูกแอปหลอกลงทุน หลอกเอาเงินเก็บทั้งหมดไป ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าถูกหลอกไปถึง 5.2 ล้านบาท

ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 5 ได้จัดแถลงความคืบหน้าที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่าหลังจากสืบสวนขยายผลจากคดีการเสียชีวิตของนางยุพิณ พบว่าผู้เสียชีวิตถูกหลอกให้ลงทุนผ่านแอปพลิเคชั่น Mu Jin Tong ในลักษณะให้โอนเงินเพื่อทำภารกิจ แล้วจะได้เงินรางวัล มีการหลอกอย่างต่อเนื่อง และหลอกให้ผู้เสียหายไปชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนด้วยในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ เพื่อเลื่อนระดับชั้นของรหัสสมาชิก และได้รับค่าคอมมิชชั่นในจำนวนที่สูงขึ้น

รวมถึงมีการโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อต่อรหัสสมาชิก และรับเงินกำไรที่ได้จากการลงทุนซี่งถ้าหากไม่ทำการโอนเงินรหัสสมาชิกจะหมดอายุ โดยผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงในลักษณะเช่นนี้เรื่อยมา และหลงเชื่อจนต้องโอนเงินให้แก่กลุ่มคนร้าย จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่าถูกหลอกลวง และการหลอกลวงแบบนี้เป็นแบบผสมผสาน ที่ทำให้ผู้เสียหายในคดีหนึ่งก็อาจตกเป็นผู้ต้องหาในอีกคดีหนึ่งด้วย เพราะมีเส้นทางการเงินโยงกัน

จากการสืบสวนพบว่าผู้เสียหายได้ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายในชั้นที่ 1 และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวนทั้งสิ้น 21 บัญชี มีผู้ต้องหา 21 ราย โดยแบ่งเป็นบัญชีชั้นที่ 1 จำนวน 10 บัญชี และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวน 11 บัญชี อีกทั้งยังมีเงินของผู้เสียหายบางส่วนถูกโอนไปยังบัญชีชั้นที่ 3 ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเซียงใหม่ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่ปรากฏทั้งหมด จำนวน 20 ราย (ผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย 1 ราย) ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีทั้งหมด ในความผิดฐาน “ร่วมกันต้อโกงประชาชน.ร่ามกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเมือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนร่ามกันฟอกเงินและความผิดตามพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” 

โดยผู้ต้องหาแบ่งเป็นกลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ประกอบไปด้วยคนไทย จำนวน 10 ราย, กลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 ประกอบไปด้วยคนไทย จำนวน 7 ราย และคนต่างชาติ จำนวน 3 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 20 ราย และในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีมาทำการสืบสวนขยายผลและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 6 ราย โดยแบ่งเป็น กลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นคนไทย จำนวน 3 ราย และกลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 จำนวน 3 ราย (แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย, คนต่างชาติ 1 ราย) ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 14 รายนั้น จะได้ดำเนินการระดมกำลังและติดตามจับกุมผู้ต้องหามาสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง