88 ปี ยาดมตราโป๊ยเซียน สานต่อเจตนารมณ์ไม่เคยเปลี่ยน

88 ปี ยาดมตราโป๊ยเซียน สานต่อเจตนารมณ์ไม่เคยเปลี่ยน มุ่งสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปัน สู่ความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
(2เม.ย.67) บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ตราโป๊ยเซียน ทั้งยาดมตราโป๊ยเซียน พิมเสนน้ำตราโป๊ยเซียน ยาดมพีเป๊กซ์ โดยบริษัทฯ มุ่งมั่น ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีคุณภาพ พร้อมสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปัน ส่งความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องในวาระครบรอบ 88 ปี ผลิตภัณฑ์ ตราโป๊ยเซียน มอบของขวัญแก่คนไทย โดยมีแคมเปญสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน “Poysian Go Green Together” ด้วยกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ มากมาย และรณรงค์ลดใช้พลาสติก โดยนำพลาสติกเหลือใช้มาร่วมสร้างถนนเส้นประวัติศาสตร์ เพื่อประโยชน์แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ตราโป๊ยเซียน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2479 ในย่านเยาวราช จากการเป็นร้านขายสมุนไพรจีน จนกิจการเติบโตขึ้นจากรุ่นสู่รุ่นและพัฒนาให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยความตั้งใจคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งมีระบบประกันคุณภาพที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพออกจากเราไปสู่มือผู้บริโภค
โป๊ยเซียนตระหนักถึงคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก รวมทั้งตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมมาโดยตลอดผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ อาทิ มอบจักรยานให้โรงเรียนในต่างจังหวัด มอบเก้าอี้ม้านั่งให้กับโรงพยาบาล และอุทยานประวัติศาสตร์ 9 แห่ง ทั่วประเทศ สนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ทำให้ยาดมตราโป๊ยเซียน ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนทำให้สามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 88 ปี และสโลแกน “ยาดมตราโป๊ยเซียน ใช้ดม ใช้ทา ในหลอดเดียวกัน” นับได้ว่าเป็นสโลแกนที่คุ้นหูคนไทยทุกรุ่นเสมอมา

ในปี พ.ศ.2567 โป๊ยเซียนตั้งใจสานต่อเจตนารมณ์ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การยกระดับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมสมุนไพรไทย การพัฒนาองค์กรและคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคนให้มีความสุข รวมถึงการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษาบริษัทฯ เปิดแคมเปญ “Poysian Go Green Together” แคมเปญที่สร้างความสุขให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวคิด “ให้ทุกการพักผ่อน มีโป๊ยเซียนทุกลมหายใจ” สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ด้วยกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ มากมายตลอดปี อาทิ
- กิจกรรมมอบเก้าอี้ม้านั่งเพื่อสาธารณประโยชน์ให้กับโรงพยาบาล และอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ
- กิจกรรมความสนุกโป๊ยเซียนสไลเดอร์ยักษ์ความยาวกว่า 55 เมตร ใจกลางสยามสแควร์ ในงาน สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้า อยู่เย็นเป็นสนุก
- กิจกรรมความสนุก ในงาน Phangnga Music On The BEACH & Craft Festival
- กิจกรรมสร้างถนนเส้นประวัติศาสตร์ด้วยพลาสติกเหลือใช้ และรณรงค์ลดใช้พลาสติกเพื่อลดขยะในชุมชนด้วย

สามารถติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : โป๊ยเซียน-POYSIAN
ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ เผยว่า โป๊ยเซียนเติบโตมาได้กว่า 88 ปี และจะเติบโตต่อไปในอนาคต เพราะได้รับโอกาสจากคนไทย จากคนในสังคม และแน่นอนที่สุดคือ โป๊ยเซียนเราไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มั่นใจได้ว่าสินค้าที่ส่งออกจากเราสู่คนไทยทุกคนรวมถึงที่ส่งไปต่างประเทศ เป็นสินค้ามาตรฐานระดับสากล
"ผมจึงขอขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสเรามาโดยตลอดครับและในวาระครบ 88 ปี โป๊ยเซียน เรามีกิจกรรมทั้งออนไลน์และกิจกรรมนอกสถานที่มากมายที่จะแบ่งปัน ส่งต่อความสุขไปสู่ทุกคน โดยโฟกัสที่ความสุขของผู้มาร่วมกิจกรรมเป็นสำคัญ อะไรที่เราสร้างประโยชน์สังคมได้" ดร.ณัฐพงศ์ กล่าว

ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวต่อไปว่า นี่คือทิศทางที่เราจะดำเนินไป ทั้งช่องทางทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เราเน้นการทำให้คนมีส่วนร่วมและได้รับสิ่งดี ๆ ที่เราตั้งใจจะให้มากที่สุด แม้ว่าในธุรกิจจะมีการแข่งขันที่สูงก็ตาม ในมุมมองของโป๊ยเซียน เราอยากให้เป็นการเติบโตไปพร้อมกัน และเราภูมิใจเสมอที่เราได้เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยไปสู่ระดับสากล
ดร.ณัฐพงศ์ กล่าวต่อไปอีกว่า อีกทั้งยังมีกิจกรรมรณรงค์ลดใช้พลาสติกและส่งพลาสติกเหลือใช้มาร่วมสร้างถนนเส้นประวัติศาสตร์เพื่อช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในชุมชน เราเองก็เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลาสติกเยอะ เราจึงอยากคืนคุณค่ากลับสู่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงเกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งกิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นที่ไหนและเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจะแจ้งให้ทุกท่านทราบเร็ว ๆ นี้ โดยทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้จากทุกช่องทางของเรา
"อยากให้ทุกคนมาช่วยกันส่งพลาสติกเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงหลอดยาดมโป๊ยเซียนของเราเอง มาร่วมสร้างถนนด้วยกัน ใช้พลาสติกเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอย่าลืมมาร่วมสนุกกับยาดมตราโป๊ยเซียนในช่องทางต่าง ๆ กันเยอะ ๆ นะครับ" ดร.ณัฐพงศ์ กล่าว




