เงินจะไปไหน? พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

สภาไฟเขียว! พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อุ้มวิกฤตพลังงาน-ดันพลังงานสะอาด ขีดเส้นห้ามซื้อแจก-จ้างดูงาน
🏛️ สภาไฟเขียว! กู้ได้ไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน ไม่เกิน 400,000 ล้านบาท
ผลลงมติ
* เห็นชอบ 285 เสียง
* ไม่เห็นชอบ 141 เสียง
* งดออกเสียง 52 เสียง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสภาว่า รัฐบาลพยายามบริหารแหล่งเงินภายใต้กฎหมายเดิมแล้ว แต่ไม่เพียงพอและไม่ทันต่อสถานการณ์ ขณะที่กรอบกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเหลือประมาณ 17,000 ล้านบาท และการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมหรือรอใช้งบปี 2570 ไม่ทันต่อสถานการณ์เร่งด่วน (รัฐบาลไทย)
💰 4 แสนล้าน แบ่งเป็น 2 ก้อนใหญ่
200,000 ล้านบาทแรก — ช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
เน้นช่วย ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนการประกอบอาชีพ ให้สามารถดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจต่อไปได้
อีก 200,000 ล้านบาท — เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน
นำไปลงทุนเพื่อ
* ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
* เพิ่มพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก
* พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า
* เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
* สนับสนุนยานยนต์สะอาด
* พัฒนาทักษะแรงงานและนวัตกรรมด้านพลังงาน
รัฐบาลระบุว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องการลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว (รัฐบาลไทย)
⚡ 200,000 ล้าน “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” ลงทุนอะไรบ้าง?
กรอบลงทุนแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก
ลดฟอสซิล – เพิ่มพลังงานสะอาด
* พลังงานทดแทน
* โครงข่ายไฟฟ้า
* เทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน
* เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ดัน EV – สร้างระบบรองรับ
* รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
* EV Charging Station
* Swapping Station
* พลังงานสะอาด
* เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์
สร้างคน – สร้างงานเศรษฐกิจพลังงานใหม่
* Upskill / Reskill แรงงาน
* ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์
* ช่างซ่อมบำรุง EV
* ทักษะแรงงานสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
* สนับสนุนนวัตกรรมที่นำไปใช้จริงหรือต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ (TNN Thailand)
🚫 ไม่ใช่ “เช็คเปล่า” — เปิด Negative List ห้ามใช้เงินแบบไหน?
รัฐบาลย้ำว่า เงินกู้ไม่ได้เปิดให้หน่วยงานนำไปใช้ได้ตามใจ โดยทุกโครงการต้องผ่านการกลั่นกรองและต้องอยู่ภายใต้กรอบของ พ.ร.ก.
โครงการที่ไม่ให้ใช้เงินกู้ ได้แก่
* ❌ จ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาวิจัย
* ❌ การศึกษาดูงาน
* ❌ เดินทางไปต่างประเทศ
* ❌ จัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์เพื่อแจกประชาชนโดยตรง
* ❌ แบ่งซื้อแบ่งจ้าง
* ❌ โครงการที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือแหล่งเงินอื่น
นอกจากนี้ การลงทุนต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เพื่อให้สิ่งที่ลงทุนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
🔍 ทุกบาทต้องมี “เป้าหมาย–ตัวชี้วัด–ตรวจสอบได้”
รัฐบาลกำหนดให้โครงการที่จะขอรับการจัดสรรเงินกู้ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองของ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.)
คำขอจะต้องระบุ
เป้าหมาย → ตัวชี้วัด → ผลลัพธ์ที่ต้องการ
พร้อมต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของแผนงาน โดยสำนักงบประมาณจะปรับระบบคำขอผ่าน New e-Budgeting
ด้านการบริหารหนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้มีการกู้เพิ่ม 400,000 ล้านบาท แต่เมื่อรวมกับการกู้ในกรณีอื่นแล้ว หนี้สาธารณะต่อ GDP จะยังไม่เกินกรอบ 70% โดยเบื้องต้นจะพิจารณากู้จากแหล่งเงินภายในประเทศ และวางแผนชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างเป็นระบบ (รัฐบาลไทย)

-01_0-768x432-b5b81b35.webp)


