เจาะลึกวิกฤตพลังงาน ‘ดีเซลหน้าปั๊ม’ หายไปไหน?

ข่าวเวิร์คพอยท์
เจาะลึกวิกฤตพลังงาน ‘ดีเซลหน้าปั๊ม’ หายไปไหน?

งงกันทั้งเมือง รัฐบาลบอกน้ำมันในระบบมีเพียงพอ แต่ทำไมไปที่ปั๊มถึงไม่มีให้เติม? ถอดปริศนา “น้ำมันดีเซล” ที่หายไปจากหน้าปั๊ม เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง?

เรื่องราวที่เป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “น้ำมันดีเซลขาดตลาด” โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ประสบปัญหากันมาก ไม่ว่าจะขับไปปั๊มไหนก็ขึ้นป้าย “หมด” หรือ “อยู่ระหว่างการขนส่ง” ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามสื่อสารว่าน้ำมันในระบบของไทยยังคงมีเพียงพอต่อความต้องการ หลายเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่น้ำมันในระบบยังมีเพียงพอ แต่ที่หน้าปั๊มกลับขาดแคลน

.

จะทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปดูที่ “ห่วงโซ่อุปทาน(Supply Chain)” การขนส่งและกระจายน้ำมันจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำที่มือผู้บริโภคเสียก่อน เส้นทางของน้ำมันดีเซลไม่ได้ไหลตรงจากโรงกลั่นสู่หัวจ่ายเพียงอย่างเดียว แต่เดินทางผ่านหลายมือ

.

โดยโรงกลั่นน้ำมัน จะขายเบสน้ำมัน ที่ยังไม่ได้ผสมสูตร ผสมสารเติมแต่งใดใด ให้กับผู้ค้าน้ำมัน ม.7 ที่เป็นแบรนด์น้ำมันใหญ่ทั้งหลาย โดยราคาที่ขายจะเรียกว่าราคาหน้าโรงกลั่น จากนั้นผู้ค้าน้ำมัน ม.7 จะนำเบสน้ำมันไปผสมเป็นน้ำมันสำเร็จรูปตามสูตรต่างๆ ก่อนส่งขายให้ปั๊มน้ำมัน(ม.11)ในรูปแบบ ราคาขายส่ง ราคานี้รวม marketing margin, กลไกกองทุนน้ำมัน แล้ว

.

น้ำมันสำเร็จรูปอีกส่วนจะถูกส่งขายให้ผู้ค้าส่งน้ำมัน(ม.10) หรือที่เรียกกันว่า Jobber โดยอิง ราคาประกาศตลาดรายวัน ไม่มีสูตรราคาที่ตายตัว ในภาวะปกติ ราคาขายจาก ม.7 ให้กับ Jobber มัก ต่ำกว่าราคาหน้าสถานีบริการ แต่ในช่วงราคาตลาดปรับขึ้นสูง ราคานี้อาจ สูงกว่าราคาหน้าสถานีบริการได้ จากนั้น Jobber จะนำน้ำมันส่วนนี้ไปกระจายขายให้ลูกค้าของตนเอง ที่เป็นปั๊มน้ำมันไม่มีแบรนด์ หรือขายให้ภาคเกษตร, ภาคขนส่ง

.

โดยภาษี เช่น ภาษีสรรพสามิต, ภาษีบำรุงท้องถิ่น, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, จะเกิดขึ้นในทุกจุดของห่วงโซ่ 

ตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงปั๊มน้ำมัน

.

เปิด 3 สาเหตุหลัก น้ำมันหน้าปั๊มหายไปไหน?

.

ส่วนกรณีที่เกิดเหตุ “น้ำมันหมด” ที่หน้าปั๊มนั้น ตามข้อมูลของกลุ่ม ปตท.พบว่าส่วนใหญ่แล้วเกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 

.

1. ความจุถังเก็บจำกัด: สถานีบริการน้ำมัน OR มีถังเก็บน้ำมันใต้ดินความจุเฉลี่ยเพียง 120,000 ลิตรต่อสถานี โดยสัดส่วนกว่า 60% ใช้เก็บน้ำมันดีเซล หรือประมาณ 72,000 ลิตร นอกจากนี้ยังต้องสำรองน้ำมันก้นถัง (Dead Stock) ไว้ 10% เพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์ลูกค้า ทำให้ปริมาณที่ขายได้จริงน้อยกว่าความจุถัง

.

2. ความผันผวนของความต้องการ (Peak Demand): ในสภาวะปกติ ยอดขายดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 7,800 ลิตรต่อวัน แต่หากเกิดภาวะ Panic Buying หรือช่วงเทศกาล ยอดขายอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 23,400 ลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าจากปกติ ทำให้สต็อกน้ำมันลดลงเร็วกว่าที่ระบบขนส่งจะเติมได้ทัน

.

3. ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์: รถบรรทุกน้ำมันมาตรฐานขนาด 16,000 - 40,000 ลิตร ถูกออกแบบมาให้แบ่งเป็น 5 ช่องเพื่อขนส่งน้ำมันหลายประเภทในเที่ยวเดียว จึงไม่สามารถบรรทุกดีเซลเพียงอย่างเดียวได้เต็มคัน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนรถ พนักงานขับรถ และกฎหมายความปลอดภัยที่จำกัดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน

.

“น้ำมันเถื่อน-คนกลางกักตุน” ซ้ำเติมปัญหา

.

นอกจากนี้แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์23 เพิ่มด้วยว่า นอกจากเรื่องของข้อจำกัดด้านกายภาพและการขนส่งน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์อีก ทั้งเรื่องของน้ำมันเถื่อน ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาทางภาคใต้ของไทย เนื่องจากราคาน้ำมันฝั่งมาเลเซียถูกกว่า แต่เพราะรัฐบาลสนับสนุนราคาในประเทศทำให้ของไทยราคาต่ำกว่ามาเลเซีย น้ำมันเถื่อนจึงเข้ามาไม่ได้ ผู้ที่ใช้น้ำมันเถื่อนก็เลยต้องมาดึงน้ำมันดีเซลจากระบบไปใช้เพิ่มขึ้น รวมถึงการลักลอบนำน้ำมันในประเทศ ส่งออกไปขายประเทศข้างเคียงเพราะราคาถูกกว่า

.

อีกปัจจัยคือการกักตุนสินค้าโดยคนกลาง จำเป็นกลับไปไล่ดูห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันจนถึง Jobber ที่ทำหน้าที่กระจายน้ำมันลงไปให้ถึงมือผู้ใใช้

.

กลุ่ม ปตท. งัดมาตรการเข้ม บริหารจัดการช่วงวิกฤต

.

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่ม ปตท.ได้เร่งการผลิตจากโรงกลั่นในกลุ่มให้สูงกว่าระดับปกติ โดยบางช่วงเดินเครื่องเกิน 100% ของกำลังการกลั่น เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการบริหารการกระจายน้ำมันสำเร็จรูป ดังนี้

.

1. ให้ความสำคัญกับการจำหน่ายผ่านสถานีบริการก่อน จัดสรรน้ำมันสำเร็จรูปให้กับ สถานีบริการในเครือ OR เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำมันได้ทั่วประเทศเป็นลำดับแรก 

.

2. การจัดสรรให้ Jobber ตามลำดับความสำคัญ ปริมาณน้ำมันที่เหลือจากการจำหน่ายผ่านสถานีบริการ จะจัดสรรให้กับ Jobber ที่เป็นลูกค้าประจำก่อน จากนั้นจึงจัดสรรให้ลูกค้ารายอื่นตามลำดับ 

.

3. การกำหนดเพดานราคาขายให้ Jobber ในช่วงวิกฤต กลุ่ม ปตท. ได้กำหนดราคาขายให้เท่ากับราคาหน้าสถานีบริการ เพื่อใช้ควบคุมการขายในตลาด Jobber ไม่ให้ราคาปรับสูงขึ้นมากเกินไปในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง