ไขข้อสงสัย! ใบอนุญาตปืนแต่ละ “ป.” ต่างกันอย่างไร

ข่าวเวิร์คพอยท์
ไขข้อสงสัย! ใบอนุญาตปืนแต่ละ “ป.” ต่างกันอย่างไร

ไขข้อสงสัย! ใบอนุญาตปืนแต่ละ “ป.” ต่างกันอย่างไร พร้อมเงื่อนไขการครอบครองอาวุธปืนของพลเรือนไทย

(13 ส.ค. 69) ในประเทศไทย การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองของพลเรือนนั้นอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งมีกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนกลางในการควบคุมทั่วประเทศ และมีเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจะถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ใบ ป.” ซึ่งแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

.

เจาะลึกความหมายของใบอนุญาตอาวุธปืนแต่ละประเภท (ป.1 - ป.14)

.

ป.1 (ใบคำขอ): แบบคำขออนุญาตต่างๆ เกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พิจารณาโดยนายทะเบียนท้องที่ และใช้เฉพาะการยื่นคำขอในครั้งนั้น ๆ

.

ป.2 (ใบอนุญาตสั่งหรือนำเข้า): ใช้สำหรับการสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต และกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

.

ป.3 (ใบอนุญาตให้ซื้อ): ใบอนุญาตสำหรับผู้ประสงค์จะซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน มีอายุ 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต พิจารณาโดยนายทะเบียนท้องที่ โดยให้ซื้อได้ แต่ยังครอบครองไม่ได้

.

ป.4 (ใบอนุญาตให้มีและใช้): ใบอนุญาตสำคัญสำหรับผู้ครอบครองอาวุธปืนส่วนบุคคล มีผลตลอดเวลาที่ผู้ได้รับอนุญาตยังเป็นเจ้าของอาวุธปืน ถึงจะได้ใบ ป.4 มา แต่จะยังไม่สามารถพกพาปืนไว้กับตัวได้

.

ป.5 (ใบอนุญาตทำหรือซ่อมแซม): ใช้สำหรับการทำ ประกอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน มีอายุ 1 ปี ภายใต้การกำกับดูแลของนายทะเบียนหรือกระทรวงมหาดไทย

.

ป.6 - ป.11 (ใบอนุญาตเกี่ยวกับการค้าและเก็บรักษา): ครอบคลุมใบอนุญาตเกี่ยวกับการค้า การเก็บรักษาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง อำนาจอนุญาตขึ้นอยู่กับประเภทของใบอนุญาต

.

ป.12 (ใบอนุญาตพกพา): มีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต อำนาจอนุญาตอยู่ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สำหรับการใช้ทั่วราชอาณาจักร) หรือผู้ว่าราชการจังหวัด (สำหรับการใช้เฉพาะในเขตจังหวัด)

.

ป.13 - ป.14 (ใบอนุญาตย้ายและใบแทน): ครอบคลุมใบอนุญาตสำหรับการย้ายอาวุธปืน รวมถึงใบแทนใบอนุญาตประเภทต่าง ๆ ดำเนินการผ่านนายทะเบียนท้องที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

.

โดยทั่วไป ใบอนุญาตที่สำคัญในระดับพลเรือนผู้ถือครองปืน มีด้วยกัน 3 ใบ คือ ป.3, ป.4, และ ป.12 ซึ่งแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการถือครองที่ต่างกัน

1. ประเภทใบอนุญาต ป.3

เงื่อนไขการได้มา: ต้องผ่านการสอบสวนประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ, มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์, ไม่เคยต้องโทษคดีอาญาร้ายแรง, มีอาชีพ/รายได้ มีชื่อในทะเบียนบ้านในพื้นที่เกิน 6 เดือน และต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อการป้องกันตัวหรือกีฬา

สิทธิที่ได้รับ: การจัดหา ซื้อ หรือรับโอนกรรมสิทธิ์อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามชนิดและขนาดที่ระบุให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน (จำกัด 1 กระบอกต่อ 1 ใบอนุญาต) แต่ยังไม่มีสิทธิพกพาติดตัวในสาธารณะ

สถานะปัจจุบัน: นายกฯ สั่งระงับการออกใบอนุญาต ป.3 อย่างไม่มีกำหนด และสั่งตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้างและยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน

.

2. ประเภทใบอนุญาต ป.4

เงื่อนไขการได้มา: ต้องได้รับใบอนุญาต ป.3 มาก่อน และเมื่อได้อาวุธปืนมาแล้วต้องนำมาให้นายทะเบียนตรวจสอบและตอกเครื่องหมายประจำอาวุธปืนหรือเลขทะเบียน

สิทธิที่ได้รับ: การครอบครองกรรมสิทธิ์และใช้อาวุธปืนกรณีเก็บไว้ในบ้านเพื่อป้องกันตัว หรือพกพาไปสนามยิงปืน (จำกัด 1 กระบอกต่อ 1 ใบอนุญาต) แต่ยังไม่มีสิทธิพกพาติดตัวในสาธารณะ

สถานะปัจจุบัน: เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ภายใน 30 วัน และเตรียมแก้กฎหมายให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี

.

3.  ประเภทใบอนุญาต ป.12

เงื่อนไขการได้มา: ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ป.4 มาก่อน และพิสูจน์ให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนแก่พฤติการณ์ในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน

สิทธิที่ได้รับ: พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะได้ แต่ห้ามพกพาอย่างเปิดเผย และห้ามเข้างานรื่นเริง ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี

สถานะปัจจุบัน: ระงับการออกใบอนุญาตชั่วคราวตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย มีผลถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2570

.

สำหรับปืนของทางราชการและตำรวจ มีข้อยกเว้นในกรณีปืนหลวง ทหารและตำรวจไม่ต้องอยู่ใต้บังคับการขอใบอนุญาต ป.3 และ ป.4 และเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบได้สิทธิพกพาอาวุธปืนในสาธารณะโดยไม่ต้องมีใบ ป.12 ได้ในขณะปฏิบัติหน้าที่

.

ในส่วนของปืนสวัสดิการที่เป็นทรัพย์ส่วนตัวของเจ้าพนักงานคนนั้นๆ ต้องขอใบอนุญาตแบบ ป.3 และ ป.4 รวมถึง ป.12 ตามขั้นตอนเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยศาลฎีกาวางบรรทัดฐานว่าแม้เป็นตำรวจ แต่การครอบครองปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490

ข่าวที่เกี่ยวข้อง