คนโอนไว เจ็บใจทุกที! รู้เท่าทัน 8 กลลวงยอดฮิตของ “มิจฯ แท้”

ข่าวเวิร์คพอยท์
คนโอนไว เจ็บใจทุกที! รู้เท่าทัน 8 กลลวงยอดฮิตของ “มิจฯ แท้”

เช็ก 8 กลลวงยอดฮิต ที่มิจฉาชีพใช้หากิน พร้อมวิธีสังเกตที่จะช่วยให้คุณดึงสติได้ทันก่อนกดโอน

ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ความรวดเร็วนี้กลายเป็นดาบสองคมที่มิจฉาชีพนำมาใช้เป็นอาวุธร้าย ข้อมูลจากสถิติรับแจ้งความออนไลน์เผยให้เห็นว่า ความเสียหายจากการ “โอนไว” ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มิจฉาชีพเหล่านี้ไม่ได้มาในรูปแบบโจรที่ถืออาวุธ แต่มาในรูปแบบของ “คำพูด” ที่ปั้นแต่งขึ้นเพื่อเล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ ทั้งความกลัว ความโลภ ความรัก และความหวัง

.

เพื่อให้คุณรอดพ้นจากการเป็นเหยื่อรายต่อไป นี่คือ 8 กลลวงยอดฮิต ที่มิจฉาชีพใช้หากิน พร้อมวิธีสังเกตที่จะช่วยให้คุณดึงสติได้ทันก่อนกดโอน

- - -

เจาะลึก 8 กลโกงที่ต้องระวัง

.

1. หลอกให้กลัว: อ้างคดีฟอกเงินหรือพัสดุผิดกฎหมาย

มิจฉาชีพมักสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ DSI หรือพนักงานขนส่ง โทรมาแจ้งข่าวร้ายที่ทำให้คุณตกใจว่า “คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน” หรือ “มีพัสดุผิดกฎหมายส่งในชื่อของคุณ”

ท่าไม้ตาย: ข่มขู่ให้โอนเงินทั้งหมดที่มีในบัญชีมาให้เจ้าหน้าที่ “ตรวจสอบ” เส้นทางการเงิน และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

จุดสังเกต: จำไว้เสมอว่า เจ้าหน้าที่รัฐตัวจริงไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินตรวจสอบผ่านบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด หากมีการอายัดทรัพย์สิน จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่มีเอกสารชัดเจน ไม่ใช่การคุยผ่านโทรศัพท์

.

2. หลอกให้อยากรวย: งานออนไลน์และลงทุนทิพย์

เข้าหาเหยื่อที่กำลังมองหารายได้ ชักชวนให้ทำงานง่ายๆ เช่น กดรับออเดอร์, รีวิวสินค้า, ดูคลิปได้เงิน, หรือลงทุนในหุ้น/คริปโตที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติในเวลาสั้นๆ

ท่าไม้ตาย: ในช่วงแรกจะให้เหยื่อถอนเงินกำไรได้จริงเพื่อสร้างความเชื่อใจ หลังจากนั้นจะล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ขึ้น แล้วอ้างว่าบัญชีถูกล็อก ต้องโอนเงิน “ค่าธรรมเนียม” เพิ่มเพื่อปลดล็อก

จุดสังเกต: งานที่สบายแต่เงินดีเกินจริงไม่มีอยู่จริง และหากการจะถอนเงินของคุณต้อง “โอนเงินเข้าไปก่อน” นั่นคือสัญญาณของกลโกง 100%

.

3. หลอกให้รัก: Romance Scam โปรไฟล์ดีแต่ไม่มีตัวตน

มิจฉาชีพใช้รูปภาพหนุ่มหล่อหรือสาวสวยโปรไฟล์หรู ทักมาตีสนิท สร้างความสัมพันธ์ทางใจจนเหยื่อเชื่อใจและวาดฝันถึงอนาคตร่วมกัน

ท่าไม้ตาย: อ้างว่าส่งของขวัญราคาแพงหรือเงินสดจำนวนมากมาให้จากต่างประเทศ แต่ของติดอยู่ที่สนามบินหรือศุลกากร ร้องขอให้เหยื่อช่วยโอนเงินค่าธรรมเนียมเพื่อนำของออก

จุดสังเกต: คนรักที่ไม่เคยเจอตัวจริง แต่บอกรักอย่างรวดเร็ว คำก็ฮันนี่ สองคำก็เบบี้ ใครจะรักกันได้เร็วขนาดนี้

.

4. หลอกเป็นคนรู้จัก: “จำได้ไหมนี่ใคร?”

ใช้วิธีสุ่มโทรแล้วถามว่า “จำได้ไหมว่าใคร?” เพื่อให้เหยื่อเดาชื่อเพื่อนหรือญาติออกมาเอง หรือที่ร้ายกว่านั้นคือแฮ็กบัญชีโซเชียลมีเดียของคนใกล้ตัวคุณจริงๆ

ท่าไม้ตาย: ทักมาด้วยท่าทีรีบร้อน อ้างว่าแอปธนาคารมีปัญหา หรือต้องการใช้เงินด่วนจ่ายค่าของ แล้วจะคืนให้ในเย็นวันเดียวกัน

จุดสังเกต: สังเกตชื่อบัญชีปลายทางที่ให้โอนเป็นชื่อใครก็ไม่รู้ หรือน้ำเสียงและการพิมพ์ที่ดูผิดปกติไปจากเดิม

.

5. หลอกให้ของฟรี: รางวัลใหญ่ที่มาพร้อมภาระ

ส่งข้อความแจ้งข่าวดีว่าคุณคือผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ เช่น ไอโฟน ทองคำ หรือตั๋วเครื่องบินฟรี หรือได้ผลิตภัณฑ์ใหม่เอาไปทดลองใช้

ท่าไม้ตาย: ก่อนจะส่งของรางวัลให้ คุณต้องโอนเงินค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือค่าขนส่งมาให้ก่อน

จุดสังเกต: หากเป็นรางวัลที่คุณไม่เคยร่วมชิงโชค หรือมาจากเพจที่ไม่มีเครื่องหมายยืนยัน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ

.

6. หลอกกู้เงินด่วน: อนุมัติไวแต่ไม่ได้เงิน

เน้นกลุ่มคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน นำเสนอเงินกู้แบบไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่ขอสลิปเงินเดือน รายได้ต่ำก็ยังได้ยอดกู้สูง อนุมัติผ่านแอปหรือไลน์ภายในไม่กี่นาที

ท่าไม้ตาย: อ้างว่าคุณกรอกข้อมูลผิด หรือต้องมี “ค่าค้ำประกัน” และ “ค่าดำเนินการ” ให้โอนมาก่อนถึงจะโอนยอดกู้ให้

จุดสังเกต: แหล่งเงินกู้ที่ถูกกฎหมายจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากผู้กู้ก่อนได้รับเงินจริงเด็ดขาด

.

7. หลอกให้สิทธิ์: สวมรอยเจ้าหน้าที่รัฐ

ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมที่ดิน, การไฟฟ้า, กรมบัญชีกลาง, หรือสรรพากร ทักมาแจ้งเรื่องสิทธิประโยชน์ เงินคืนค่าไฟ หรือภาษี

ท่าไม้ตาย: ส่งลิงก์ให้กดแอดไลน์เพื่อส่งเอกสาร หรือหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน (.APK) เพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งแอปฯ เหล่านี้คือ “แอปฯ ดูดเงิน” ที่จะควบคุมมือถือคุณและโอนเงินออกไปจนเกลี้ยง

จุดสังเกต: หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายส่งลิงก์ส่วนตัวทาง SMS หรือ Line และเว็บไซต์ทางการต้องลงท้ายด้วย .go.th เท่านั้น

.

8. หลอกให้หวัง: ซ้ำเติมเหยื่อด้วยการช่วยตามเงินคืน

นี่คือกลโกงที่เจ็บแสบที่สุด เพราะเป้าหมายคือคนที่เพิ่งถูกโกงมา มิจฉาชีพมักแฝงตัวเป็น “ตำรวจไซเบอร์ปลอม” หรือ “ทนายความอาสา”

ท่าไม้ตาย: อ้างว่าสามารถดึงเงินคืนจากมิจฉาชีพได้ด้วยเทคนิคพิเศษ ล่อเหยื่อเข้ากลุ่มแชทที่มีหน้าม้าคอยรีวิวว่าได้เงินคืนจริง แล้วหลอกให้โอนเงินซ้ำด้วยข้ออ้างเดิมๆ คือค่าธรรมเนียมการดำเนินการ

จุดสังเกต: การแจ้งความออนไลน์ต้องทำผ่านระบบ thaipoliceonline.go.th หรือโทร 1441 เท่านั้น และเจ้าหน้าที่จริงไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือให้โอนเงินเพื่อรับเงินคืน

---

“หยุด-คิด-เช็ก-ถาม” คาถาป้องกันเงินในกระเป๋า

.

หากคุณต้องเจอกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย ให้ท่องคาถา 4 ข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจ:

  1. หยุด: อย่าเพิ่งโอนตามคำเร่งเร้า มิจฉาชีพมักใช้ “ความรีบ” บีบให้เราไม่ได้ใช้สติ
  2. คิด: พิจารณาความสมเหตุสมผล เจ้าหน้าที่รัฐจะโทรหาเราเรื่องเงินจริงไหม? งานอะไรที่ให้เงินง่ายขนาดนี้?
  3. เช็ก: ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางว่าเป็นบัญชีบุคคลหรือบริษัท? ใช่บัญชีคนรู้จักเราจริงไหม? เซ็กประวัติผ่านเว็บไซต์เช็กคนโกง หรือนำเบอร์โทรศัพท์ไปค้นหาใน Google
  4. ถาม: โทรกลับไปที่เบอร์กลางของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง หรือโทรหาคนรู้จักที่ถูกอ้างชื่อ เพื่อตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

.

สุดท้ายนี้ หากคุณหรือคนรอบข้างตกเป็นเหยื่อไปแล้ว อย่ารีรอ! รีบโทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออายัดบัญชีและระงับความเสียหายให้เร็วที่สุด

.

เพราะความรู้เท่าทัน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคที่มิจฉาชีพอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด!

คนโอนไว เจ็บใจทุกที! รู้เท่าทัน 8 กลลวงยอดฮิตของ “มิจฯ แท้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง