คู่มือเอาตัวรอดจากแดดไทยและฮีทสโตรก!

ข่าวเวิร์คพอยท์
คู่มือเอาตัวรอดจากแดดไทยและฮีทสโตรก!

ร้อนนี้สาหัสนัก! คู่มือป้องกันฮีทสโตรก อ่านก่อนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือ โรคลมร้อน คือภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถระบายออกได้ทัน ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ไต และกล้ามเนื้อได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ที่สำคัญหากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ล่าช้าจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย โดยบางรายถึงขั้นพิการและเสียชีวิตได้

.

สัญญาณเตือน: อาการของฮีทสโตรกจะรุนแรงกว่าการเพลียแดดทั่วไป โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังนี้

ตัวร้อนจัด: อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ผิวหนังจะร้อน แดง และแห้ง ในบางรายอาจไม่มีเหงื่อออกเลยแม้ตัวจะร้อนมาก ยกเว้นกรณีคนที่ออกกำลังกายหรือใช้แรงกายหนัก อาจมีลักษณะผิวชื้นเหงื่อได้

ระบบประสาทผิดปกติ: มีอาการสับสน มึนงง พูดจาสับสน ตอบสนองช้า เดินโซเซ เพ้อ หรือมีอาการชักเกร็งและหมดสติไป

อาการอื่นๆ: ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด คลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็วและแรงผิดปกติ

.

การปฐมพยาบาล: หากพบผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าเป็นฮีทสโตรก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด โดยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดด หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ แล้วจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนราบและ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น รวมถึงถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไวขึ้น

.

จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามบริเวณ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีหลอดเลือดใหญ่ พร้อมกับใช้พัดลมเป่าช่วยระบายความร้อน หรือให้นอนแช่ในอ่างน้ำ หากผู้ป่วยยังมีสติ ให้จิบน้ำเปล่าได้ แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

.

ถ้ามีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป ให้ไปคลำชีพจรดูว่าการหายใจเขาผิดปกติหรือเปล่า ถ้ามีการหายใจที่ผิดปกติ ต้องทำ CPR และโทร 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

.

วิธีป้องกัน “ฮีทสโตรก”

  1. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หากต้องออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันความร้อน
  2. สวมเสื้อผ้าที่เนื้อผ้าโปร่ง ระบายความร้อนได้ดี
  3. หมั่นจิบน้ำให้บ่อยขึ้น เพื่อช่วยในการระบายความร้อนของร่างกาย
  4. พักในที่ร่ม มีลมพัดผ่าน พยายามไม่อยู่ในห้องหรือพื้นที่ปิดที่มีอากาศร้อนอบอ้าว
  5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก งดออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาที่ร้อน ชื้น หรือในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ใช้เวลาให้น้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง