งานวิจัยใหม่ชี้ "ข้อดีของการแต่งงาน" อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งที่ลดลง

AdminNews
งานวิจัยใหม่ชี้ "ข้อดีของการแต่งงาน" อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งที่ลดลง

ผลการศึกษาใหม่* พบผู้ชายที่ 'ไม่เคยแต่งงาน' มีอัตรามะเร็งสูงกว่าผู้ที่เคยแต่งงานถึง 68% ขณะที่ผู้หญิง 'ไม่เคยแต่งงาน' มีความเสี่ยงสูงขึ้นถึง 83%

การแต่งงานซึ่งเป็นสถาบันทางสังคมที่มีมานับพันปี กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาในมิติใหม่ เมื่อผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cancer Research Communications ระบุว่า การแต่งงานอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยข้อมูลชี้ว่า ผู้ชายที่ไม่เคยแต่งงานมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่าผู้ที่เคยแต่งงานถึง 68% และในผู้หญิงตัวเลขยิ่งสูงขึ้นไปถึง 83%  

นักวิจัยอธิบายว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้มีหลายมิติ ทั้งด้านชีววิทยา เช่น ความเสี่ยงมะเร็งรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกในผู้หญิงที่ไม่เคยมีบุตร รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากกว่าในกลุ่มโสด เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ การไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลต่ออัตราการเกิดมะเร็ง  

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางรายชี้ว่า สิ่งที่ดูเหมือนเป็น "ข้อดีของการแต่งงาน" อาจสะท้อนถึงระบบสังคมที่ให้สิทธิประโยชน์แก่คู่สมรส เช่น การเข้าถึงประกันสุขภาพหรือการได้รับการสนับสนุนทางสังคมมากกว่า ทำให้ผู้ที่ไม่แต่งงานถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง ทั้งที่จริงแล้วอาจเป็นผลจากโครงสร้างนโยบายมากกว่าตัวการแต่งงานเอง  

กรณีศึกษาของ ดร. Joan DelFattore ผู้เขียนบทความด้านมะเร็งและสถานภาพสมรส เผยให้เห็นถึงอคติที่แพทย์บางคนมีต่อผู้ป่วยที่ไม่แต่งงาน เธอเล่าว่า ตนเองเคยถูกปฏิเสธการรักษาเชิงรุกเพียงเพราะแพทย์เชื่อว่าไม่มีระบบสนับสนุนทางสังคม ทั้งที่จริงแล้วเธอมีเครือญาติและเพื่อนที่พร้อมช่วยเหลืออย่างเข้มแข็ง 

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแต่งงานหรือไม่แต่งงาน แต่เป็นการตีความและระบบที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้มีคู่สมรสมากกว่า  

นักวิจัยจึงเสนอว่า แนวทางในอนาคตควรมุ่งไปที่การสร้างเครือข่ายสนับสนุนสำหรับผู้ที่เลือกจะอยู่โสด เพื่อให้สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาได้อย่างเท่าเทียม การมีเพื่อน ญาติ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่พร้อมช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน สามารถทดแทนบทบาทของคู่สมรสได้ และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตจากโรคมะเร็ง  

ที่มา : วารสาร Cancer Research Communications*

ข่าวที่เกี่ยวข้อง