จับตาผลลัพธ์-ฉากทัศน์ หลังครบกำหนด 'พักหายใจ 2 สัปดาห์' ระหว่าง 'สหรัฐฯ-อิหร่าน'

การหยุดยิงชั่วคราวระหว่าง 'สหรัฐฯและอิหร่าน' ช่วยคลายแรงกดดันทางทหารและตลาดพลังงาน แต่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์ระหว่าง 'สหรัฐฯและอิหร่าน' ถือเป็นการซื้อเวลาเพื่อเปิดพื้นที่ให้การทูตทำงาน โดย 'ปากีสถาน' เป็นเจ้าภาพการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ในวันที่ 10 เมษายน 2569
ข้อตกลงนี้ทำให้สหรัฐฯ ระงับการโจมตี ขณะที่ อิหร่าน ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงทันที
อย่างไรก็ตามความแตกต่างเชิงจุดยืนยังคงชัดเจน สหรัฐฯต้องการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่อิหร่าน ยืนยันสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
นอกจากนี้ อิสราเอลยังคงโจมตีฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงเปราะบาง
ฉากทัศน์หลังครบกำหนดหยุดยิง
1. การเจรจาประสบความสำเร็จ
- ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงระยะยาว เช่น การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการกำหนดกรอบการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์
- ตลาดพลังงานโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง
- บทบาทของปากีสถานและจีนได้รับการยอมรับในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยสำคัญ
2. การเจรจาล้มเหลว
- สหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง โดยเฉพาะหากมองว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซถูกใช้เป็น “กลยุทธ์ซื้อเวลา”
- ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันที ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะผันผวน
- ความตึงเครียดในเลบานอนและภูมิภาคอาจขยายตัวเป็นการปะทะครั้งใหญ่
3. การเจรจาหยุดชะงัก
- ทั้งสองฝ่ายอาจยืดเวลาหยุดยิงออกไปโดยไม่มีข้อตกลงถาวร
- ตลาดพลังงานยังคงผันผวน แต่ไม่รุนแรงเท่ากรณีล้มเหลว
- ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการทหารยังคงอยู่ ทำให้ภูมิภาคเสี่ยงต่อการปะทะซ้ำ
การหยุดยิงครั้งนี้เป็นเพียงการพักหายใจชั่วคราว แต่ผลลัพธ์หลังครบกำหนดจะเป็นตัวชี้ชะตาว่า ความขัดแย้งจะคลี่คลายไปสู่สันติภาพ หรือกลับเข้าสู่ความรุนแรงที่อาจกระทบทั้งภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกต่อไป

-01_0-768x432-b5b81b35.webp)


