สธ. เผยต่างชาติติดเชื้อฝีดาษวานร เตือนกลุ่ม MSM เลี่ยงเซ็กซ์คนแปลกหน้า

ฝีดาษวานรสะสมทะลุพันราย สธ. เผยต่างชาติติดเชื้อ เตือนกลุ่ม MSM เลี่ยงเซ็กซ์คนแปลกหน้า
(19 พ.ค. 69) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลจากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) โดยกองระบาดวิทยา ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,074 ราย และมีผู้เสียชีวิต 16 ราย โดยในสัปดาห์ที่ 18 และ 19 (26 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2569) ได้รับรายงานผู้ป่วยยืนยัน Mpox Clade Ib รายใหม่ 2 ราย รายแรกเป็นชายไทย เริ่มป่วย 22 เมษายน มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้า
รายที่สองชายไทย มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการสัมผัสแนบชิด/เนื้อแนบเนื้อ ในพื้นที่ท่องเที่ยวเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลที่มีคนแออัดเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากผู้ประสานกฎอนามัยระหว่างประเทศว่า พบผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้าในแหล่งท่องเที่ยว
ผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มอายุ 25 - 40 ปี โดยปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงเป็นการสัมผัสแนบชิด/เนื้อแนบเนื้อ ที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ทั้งนี้ Mpox clade Ib มีแนวโน้มแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยตรวจพบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 จนถึงปัจจุบัน ผู้ป่วย Mpox clade Ib สะสม 18 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 ได้รับรายงานทั้งสิ้น 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 4 ราย ความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสแนบชิด/เนื้อแนบเนื้อ
“โรคฝีดาษวานรยังคงพบผู้ป่วยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิด/เนื้อแนบเนื้อกับผู้ที่มีอาการ และการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้าหรือที่มีตุ่มผื่นที่สงสัยการติดเชื้อที่ผิวหนัง ขอให้ประชาชนตระหนักในการป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ และกรมควบคุมโรคได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับเฝ้าระวัง คัดกรอง และติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและสถานบริการที่มีความเสี่ยง รวมทั้งเร่งสื่อสารความเสี่ยงไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า โรค Mpox สามารถป้องกันได้ หากประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้า ในสถานที่ท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม หรือผ่านการนัดหมายผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิด การใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย และหมั่นสังเกตอาการของตนเอง
หากพบความผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจโดยเร็ว และขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรค ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มหนอง งดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน หมั่นล้างมือ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนกับบุคคลแปลกหน้า หากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศหรือร่างกาย ร่วมกับมีประวัติเสี่ยงภายใน 21 วัน ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบสาธารณสุข และร่วมมือกันป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422




